กทม.ชำระหนี้บีทีเอส 1.4 หมื่นล้านแล้ว เร่งจ้างที่ปรึกษา ศึกษาสัญญาสัมปทานหมดปี 72

15.01.25 | 17:32 น.

กทม.ชำระหนี้บีทีเอส 1.4 หมื่นล้านแล้ว เร่งจ้างที่ปรึกษา ศึกษาสัญญาสัมปทานหมดปี 72

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึง การชำระเงินค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 1 และ 2 ให้กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดว่า กทม.ดำเนินการชำระหนี้ดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2567 ที่ผ่านมา จำนวน 14,395,951,118.45 บาท โดยนำเช็คระบุยอดเงินดังกล่าวไปจ่ายที่ ศาลปกครอง

นายชัชชาติกล่าวว่า นอกจากนี้ ทางบีทีเอสยังดำเนินการฟ้องร้องอยู่ในศาลปกครอง และส่วนที่ยังไม่ฟ้องจนมาถึงปัจจุบัน และยังมีส่วนของอนาคต รวม 3 ส่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องหารือกับสภา กทม.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยเรื่องที่จะหารือมีทั้งเรื่องของอดีตและอนาคต อดีตคือสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วก็จะใช้บรรทัดฐานของศาลเป็นตัวชี้วัดได้

ส่วนในเรื่องของอนาคตก็คงต้องถามว่าจะทำอย่างไรต่อไป เมื่อมีคำสั่งศาลก็สามารถจ่ายได้ไม่มีปัญหา ส่วนอีกเรื่องที่ต้องทำ คือการดำเนินการตาม พ.ร.บ.การร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ 2562 เพราะตัวสัญญาสัมปทานเดิมจะหมดในปี 2572 หลังจากนี้ ก็จะต้องจ้างคณะที่ปรึกษามาทำการศึกษาต่อว่าจะทำอย่างไร ซึ่งสั่งการให้เร่งดำเนินการ เนื่องจากไม่เป็นเรื่องง่ายและเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูง

ขณะนี้ได้งบประมาณในการจ้างคณะที่ปรึกษาแล้ว อยู่ระหว่างการคัดเลือกและตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาตาม พ.ร.บร่วมทุนฯ ซึ่งก็จะมีเงื่อนไขที่ให้ต้องคิดอีกหลายเรื่อง เช่น ในเรื่องของสัญญาที่เซ็นไว้แล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร รวมทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

Advertisement

ส่วนเรื่อง การจ่ายเรื่องของค่าโครงสร้างที่ยังค้างอยู่ นั้น จะต้องคุยกับรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งจะต้องคุยในภาพรวมอีกครั้ง เพราะสุดท้ายก็จะกลายเป็นภาระทางด้านการเงินของ กทม.” นายชัชชาติกล่าว

สำหรับ เรื่องค่าจ้างเดินรถรายเดือนของส่วนต่อขยาย 2 ที่ปัจจุบันยังไม่ได้มีการชำระนั้น นายชัชชาติระบุว่า เรื่องดังกล่าวก็จะต้องนำเข้าที่ประชุมสภา กทม.เนื่องจากเป็นภาระหนี้ผูกพันที่ตามกฎหมาย กทม.ต้องดำเนินการเข้าที่ประชุมสภา กทม. และให้สภา กทม.อนุมัติ อีกทั้งประเด็นนี้ศาลไม่ได้ตัดสินไว้ ศาลได้ตัดสินในเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่เรื่องที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นในอนาคต ก็เป็นเรื่องที่จะต้องทำให้ถูกกฎหมาย