มหาสารคามคิกออฟ ‘วัคซีน HPV’ 9 สายพันธุ์ น.ร.หญิง ป.5 สธ.ลุยฉีดครอบคลุม 2.8 หมื่นคน

17.01.25 | 13:39 น.

มหาสารคามคิกออฟ ‘วัคซีน HPV’ 9 สายพันธุ์ น.ร.หญิง ป.5 สธ.ลุยฉีดครอบคลุม 2.8 หมื่นคน

วันนี้ (17 มกราคม 2568) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดประชุมเสริมสร้างความเข้มแข็งและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายสุขภาพ ภายใต้แนวคิด คนไทยห่างไกล NCDs ด้วยกลไกอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) พร้อมมอบชุดอุปกรณ์การทำงาน health station ให้กับตัวแทน อสม. และเปิดกิจกรรม Kick off ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV 9 สายพันธุ์ ที่ จ.มหาสารคาม โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 7 นพ.พิทักษ์พงศ์ พายุหะ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) มหาสารคาม ผู้บริหาร บุคลากร สธ. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ อสม. ร่วมงาน

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นโยบาย สธ.ปี 2568 ประเด็น “คนไทยห่างไกลโรคและภัยสุขภาพ” ได้มุ่งเน้นการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และโรคมะเร็ง ที่เป็นปัญสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะโรคมะเร็งปากมดลูกที่พบมากเป็นอันดับ 2 ของหญิงไทย ซึ่งป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV ได้มีการสานต่อโครงการฉีดวัคซีน HPV ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อลดอัตราการป่วยและการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกของหญิงไทยในอนาคต โดยจัดหาวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ ฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายกว่า 1 ล้านคน สำหรับการจัดกิจกรรมที่ โรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ในวันนี้มีการฉีดวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ ให้กับนักเรียนหญิงชั้น ป.5 ของ อ.โกสุมพิสัย 200 คน และจะดำเนินการจนครบกลุ่มป้าหมายทั้งจังหวัดรวม 28,076 คน แบ่งเป็น 1.หญิงไทย 11-20 ปี ที่เคยได้รับเข็มที่ 1 แล้ว จะฉีดวัคซีนชนิด 2 หรือ 4 สายพันธุ์ เข็มที่ 2 จำนวน 19,290 คน 2.นักเรียนหญิง ป.5 ปีการศึกษา 2567 ที่ยังไม่เคยรับวัคซีน จะฉีดวัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ จำนวน 3,871 ราย และ 3.หญิงไทย 11-20 ปี กลุ่มนอกเหนือจากนักเรียนชั้น ป.5 ปีการศึกษา 2567 ที่ยังไม่เคยรับวัคซีน จำนวน 4,915 ราย ซึ่งจะได้รับวัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ เช่นกัน

Advertisement

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของการส่งเสริม ป้องกัน และควบคุมโรค NCDs มี อสม.เป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงาน โดยปัจจุบัน อสม. ทั่วประเทศกว่า 1 ล้านคน สามารถนับคาร์บ หรือ คาร์โบไฮเดรตจากแป้งและน้ำตาลได้แล้ว จึงขับเคลื่อนงานต่อด้วยการ “สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน คนไทยห่างไกล NCDs” พัฒนาศักยภาพของ อสม. ในการถ่ายทอดความรู้เรื่องการนับคาร์บ การปรับพฤติกรรมสุขภาพให้กับประชาชน โดย อสม. 1 คน จะให้ความรู้ประชาชน 50 คน ซึ่งจะส่งผลให้มีคนไทย กว่า 50 ล้านคน เข้าใจเรื่องการนับคาร์บและการปรับพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ซึ่งจะป้องกันโรค NCDs ได้มากถึงร้อยละ 80 ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น ลดค่ายา ค่ารักษาพยาบาล และลดความสูญเสียก่อนวัยอันควร ถือเป็นวิธีการที่ทำให้มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

ด้าน นพ.พิทักษ์พงศ์ กล่าวว่า จ.มหาสารคาม มีผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และ โรคเบาหวานร่วมกับความดันโลหิตสูง รวม 113,971 คน มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และมีอัตราป่วยตายด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ซึ่งในการจัดประชุมเสริมสร้างความเข้มแข็งและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายสุขภาพ ภายใต้แนวคิดคนไทยห่างไกล NCDs ด้วยกลไก อสม. ครั้งนี้ ได้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพในการจัดการสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมาย NCDs ส่งเสริมการบริโภคคาร์โบไฮเดรตโดยการนับคาร์บแก่ประชาชนอย่างถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดโรค NCDs โดยมี อสม. ในจังหวัดมหาสารคามเข้าร่วมประชุมกว่า 3,500 คน