ฝ่ายนายจ้าง ยัน ไม่ขัดขวางขึ้นค่าแรง แต่ต้องเป็นไปตามกม. ย้อนกลับยังไม่เห็น รบ.ออกมาตรการช่วยเหลือ

20.01.25 | 13:51 น.

ฝ่ายนายจ้าง ยัน ไม่ขัดขวางขึ้นค่าแรง ให้ปรับทุกปี แต่ต้องเป็นไปตามกม. ย้อนถามสิ่งที่ขอไป รบ.ยังไม่จัดให้

จากกรณีเมื่อวันที่ 19 มกราคม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายกอบจ.) หนองคาย ที่โรงเรียนท่าบ่อ จ.หนองคาย โดยช่วงหนึ่งได้ระบุถึงกรณีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศว่า “ค่าแรงขอขึ้นไปแล้ว แต่มีคนขวางอยู่ คนพวกนี้ไม่รู้หัวใจทำด้วยอะไร ชอบจ้างคนค่าแรงถูก นายจ้างเฮงซวย แบบนี้ไม่น่ารัก นายจ้างต้องใจกว้างกับลูกจ้าง ลูกจ้างจะได้ทุ่มเททำงาน” นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม นายอรรถยุทธ ลียะวณิช กรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 (บอร์ดค่าจ้าง) ฝ่ายนายจ้าง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ฝ่ายนายจ้างไม่ได้ขัดขวางการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแต่อย่างใด แต่การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศในบางอาชีพหรือบางกิจการนั้น ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม และหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

“ไม่ได้เกี่ยวกับฝ่ายนายจ้างใจกว้าง หรือใจแคบ ถ้าหากพิจารณาขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย ตัวเลขอาจจะไม่ถึง 400 บาทอยู่แล้ว แต่เราก็ยังให้มีการปรับขึ้นถึง 400 บาทไปในหลายๆจังหวัด แล้วอย่างนี้จะเรียกว่า ใจแคบอยู่อีกหรือ ทางฝ่ายนายจ้างก็ให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำมาโดยตลอดทุกปี ไม่เคยไม่ให้ปรับ แต่ว่าต้องปรับตามเกณฑ์และสูตรที่กฎหมาย คือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 กำหนดเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการปรับตามอำเภอใจ” นายอรรถยุทธ กล่าว

นายอรรถยุทธ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของมาตรการที่ช่วยเหลือนายจ้าง/สถานประกอบการ จะต้องทวงถามไปถึงฝ่ายรัฐบาล แต่เบื้องต้นยังไม่เห็นรายละเอียดมาตรการการช่วยเหลือนายจ้างออกมา โดยนายจ้างที่อยู่ในจังหวัดที่มีกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาท ใน 4 จังหวัด และ 1 อำเภอ ได้แก่ ภูเก็ต ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และอ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ก็อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง

Advertisement

ด้าน น.ส.ศุภานัน ปลอดเหตุ กรรมการค่าจ้าง ฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ฝ่ายนายจ้างได้มองถึงภาพรวมภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และความเป็นอยู่ของคนไทย โดยการประชุมพิจารณาการปรับค่าจ้างขั้นต่ำแต่ละครั้ง มีหน่วยงานหลายส่วนหารือกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนจากกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็เป็นการพิจารณาข้อมูลตัวเลขตามความเหมาะสมและตามกฎหมาย

“อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำทุกปี ผู้ใช้แรงงานทุกคนคาดหวัง ฝ่ายนายจ้างเราก็ต้องปรับให้พวกเขาอยู่แล้ว ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง ณ ขณะนั้น เราทำเพื่อลูกจ้างและประเทศชาติให้อยู่ได้ ไม่ได้ทำเพื่อนายจ้างฝ่ายเดียว ยังยืนยันว่าฝ่ายนายจ้างไม่ได้มีการขัดขวางแต่อย่างใด ทุกคนสนับสนุนให้ปรับตามสภาพเศรษฐกิจที่เป็นจริง ไม่ใช่ปรับค่าจ้างให้ตัวเลขสูง ลูกจ้างอยู่ได้ชั่วคราว นายจ้างอาจจะต้องปรับตัวหาวิธีการจ้างงานแบบใหม่ๆ หรืออาจจะไม่ใช้กำลังคนเป็นแรงงาน แล้วแรงงานจะอยู่อย่างไร” น.ส.ศุภานัน กล่าวและว่า หลังจากปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศ ในบางอาชีพและบางกิจการ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 เบื้องต้นจากการพูดคุยกัน ฝ่ายนายจ้างก็รับได้ ไม่ได้มีร้องเรียนมากมาย เสียงส่วนใหญ่ก็เป็นในทิศทางว่า ตัวเลขเหมาะสม พอรับได้ ส่วนมาตรการช่วยเหลือนายจ้างจากภาครัฐ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้เห็นรายละเอียด