ครม.เห็นชอบร่างประกาศ สธ. 2 ฉบับ ทั้งอัตราขึ้นบัญชีสูงสุดฯ-ค่าใช้จ่ายยื่นคำขอพิจารณาเครื่องสำอาง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการร่างประกาศ รวม 2 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อัตราค่าขึ้นบัญชีสูงสุดที่จะจัดเก็บจากผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือ องค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ การตรวจวิเคราะห์ การตรวจสถานประกอบการหรือการตรวจสอบเครื่องสำอาง พ.ศ. ….
2.ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อัตราค่าใช้จ่ายสูงสุดที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นขอในกระบวนการพิจารณาเครื่องสำอาง พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ รวมทั้ง ให้กระทรวงสาธารณสุขรับความเห็นของกระทรวงพาณิชย์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงบประมาณไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
นายคารม กล่าวว่า ร่างประกาศ รวม 2 ฉบับ ที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอเป็นการกำหนดอัตราค่าขึ้นบัญชีสูงสุดที่จะจัดเก็บจากผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการการวิเคราะห์ การตรวจสถานประกอบการหรือการตรวจสอบเครื่องสำอาง และกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายสูงสุดที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาเครื่องสำอาง เช่น การประเมินเอกสารทางวิชาการ และการตรวจสถานประกอบการ เพื่อให้กระบวนการพิจารณาเครื่องสำอางเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565
ซึ่งบัญญัติให้มีการออกประกาศฉบับใหม่แทนประกาศเดิมที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 77/2559 เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพฯ โดยที่อัตราค่าขึ้นบัญชีสูงสุดและอัตราค่าใช้จ่ายสูงสุดยังคงเป็นอัตราเดิมตามประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติกล่าว และได้กำหนดให้อาจมีการพิจารณาทบทวนอัตราค่าขึ้นบัญชีสูงสุดและอัตราค่าใช้จ่ายสูงสุดทุก 5 ปี หรือเมื่อมีเหตุจำเป็น
ทั้งนี้ อัตราตามที่กำหนดไว้ในร่างประกาศทั้ง 2 ฉบับ ดังกล่าวเป็นการกำหนดอัตราเพดานสูงสุดเท่านั้น ซึ่งอัตราค่าขึ้นบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายที่จัดเก็บจริงจะมีการออกประกาศเพื่อกำหนดอัตราที่จะจัดเก็บอีกครั้งหนึ่งภายหลัง โดยเป็นอัตราที่ไม่เกินตามที่กำหนดไว้ร่างประกาศทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการเครื่องสำอางได้มีมติเห็นชอบด้วยแล้วและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบในหลักการ โดยมีความเห็นเพิ่มเติมบางประการ เช่น กระทรวงสาธารณสุขควรสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบอย่างทั่วถึง และในการกำหนดอัตราค่าขึ้นบัญชีสูงสุดและอัตราค่าใช้จ่ายสูงสุดควรถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 (เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าบริการ) เป็นต้น

