พรึบ! กทม.ขึ้นป้ายเตือนห้ามรถบรรทุกเข้าเขตวงแหวนรัชดาภิเษก 23-24 ม.ค. สกัดฝุ่นพุ่ง

22.01.25 | 18:40 น.

กทม.ขึ้นป้ายแจ้งเตือนห้ามรถบรรทุกเข้าเขตวงแหวนรัชดาภิเษก 23-24 ม.ค.นี้

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ภายหลังที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ประกาศเขตมลพิษต่ำในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือ Low Emission Zone (LEZ) จากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในช่วงนี้มีระดับสูง ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยห้ามรถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อ (ยกเว้น EV, NGV, EURO 5 – 6) ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) เข้าในพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกในช่วงวิกฤตฝุ่น โดยมีผลบังคับใช้ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 23 ม.ค.68 เวลา 00.01 น. จนถึงวันศุกร์ที่ 24 ม.ค.68 เวลา 23.59 น. ทั้งนี้ หากฝ่าฝืนนำรถเข้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กทม.ได้ประชาสัมพันธ์ประกาศดังกล่าว บนป้ายโฆษณา LED ตามเสารถไฟฟ้าบีทีเอส ทั่วกรุงเทพฯ เช่น ถนนสาทร ถนนสีลม ถนนพหลโยธิน ถนนสุขุมวิท

โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า สำหรับอัตราการระบายอากาศในกรุงเทพฯ วันนี้ถือว่าแย่มาก แต่คาดการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ และวันที่ 25-26 ม.ค.68 ที่ถือว่าค่อนข้างดีมาก ช่วงนี้ กทม.จึงประกาศมาตรการเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ได้แก่ Work From Home (WFH) และ LEZ โดย LEZ จะบังคับใช้คืนนี้ เวลา 00.01 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 23 ม.ค.68-เวลา 23.59 ของวันศุกร์ที่ 24 ม.ค.68 ซึ่งห้ามรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป เข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก รวมพื้นที่ 9 เขต และแนวถนนผ่าน 13 เขต ยกเว้นรถที่ลงทะเบียนสีเขียว โดยล่าสุด ยอดรถที่ลงทะเบียนสีเขียวมีจำนวน 32,000 คัน และยังเปิดให้ลงทะเบียนได้ภายในวันนี้ (22 ม.ค.68)

Advertisement

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทะเบียนสามารถทำได้โดยนำรถไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง/ไส้กรอง และกรอกข้อมูลเพื่อขึ้นทะเบียน โดยกรอกข้อมูลพร้อมแนบหลักฐานการเข้ากระบวนการบำรุงรักษาทาง Google Form “แบบฟอร์มบัญชีสีเขียว” ที่ https://bit.ly/47RK0Yy

ทั้งนี้ ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง การห้ามรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปเข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 37 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 เมื่อเกิดหรือใกล้จะเกิดสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ใด และการอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการใดๆ ในพื้นที่นั้นจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพประชาชน