เปิดข้อมูล อัตราการระบายอากาศ ปัจจัยฝุ่น PM2.5 กทม. ชัชชาติ ชี้ เสาร์-อาทิตย์ นี้ จะโฟล์วขึ้น
เมื่อวันที่ 24 มกราคม จากกรณี ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) โดยพบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีแดง 67 พื้นที่ และต้องปิดโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยถึงปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ฝุ่นหนัก ในรายการ กรรมการข่าว คุยนอกจอ ระบุว่า 3 ปัจจัยคือ 1.รถยนต์ โรงงาน 2.สภาพอากาศที่ปิด และสถานการณ์การเผา ที่ลอยมาตกที่กทม. และเพราะกทม.มีตึกสูงเยอะ ลมจึงโดนชะลอลง ทำให้กลายเป็นสีแดง
“ถามว่าทำไมสภาพอากาศเหมือนธันวาคมเลย ยังไม่แดง ก็เพราะไม่มีเผาข้างนอกมาเติม ถ้าเจอพร้อมกันก็ทำให้กทม.แดง ทั้งนี้นอกจากมาตรการต่างๆ ลดการเผา ทั้งในศาลเจ้า ช่วงตรุษจีน ก็ขอความร่วมมือเผาให้น้อยลง”
นายชัชชาติ กล่าวว่า ปัจจัยสภาพอากาศนั้นเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ซึ่งมีผล 30% ความกดอากาศ แก้ยาก ฝนหลวงอาจจะได้นิดหน่อย อย่างไรก็ตาม จริงๆเมื่อวาน 1,300 พรุ่งนี้ 2,800 แล้ว สำหรับอัตราการไหล การโฟลว์อากาศ ซึ่งหากต่ำกว่า 2,000 นี้แย่ แต่ฝุ่นสะสมอยู่นาน ต้องใช้เวลาระบาย ไม่นับที่เผาใหม่ แต่ค่าที่เห็นเป็นเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ซึ่งจะเปลี่ยนช้า เสาร์อาทิตย์จะดีขึ้น และวันจันทร์จะดีกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานแนวโน้วการระบายอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 24 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ ว่า การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์อ่อน ประกอบกับมีการเกิดอินเวอร์ชั่นใกล้ผิวพื้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การแพร่กระจายของมลพิษทางอากาศเป็นไปได้อย่างจำกัด คาดว่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงเพียงเล็กน้อย จากนั้นวันที่ 27 – 28 มกราคม จะมีแนวโน้มลดลงมากขึ้น เนื่องจากการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี ก่อนที่จะกลับมามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
สำหรับรูปแบบการผันแปรของอัตราการระบายอากาศรายชั่วโมง ระหว่างวันมีค่าสูงสุด 5000 m2/s ที่เวลาประมาณ 11.00 – 16.00 น. และต่ำสุดประมาณ 2,000 m2/s ที่เวลา 20 น. และ 04.00 -07.00 น.
โดย อัตราการระบายรายชั่วโมง แต่ละวันมีดังนี้
23 มกราคม – 1375
24 มกราคม – 2825
25 มกราคม – 3062
26 มกราคม – 2725
27 มกราคม – 6712
28 มกราคม – 4875
29 มกราคม – 2500
30 มกราคม – 2975
31 มกราคม – 3375
1 กุมภาพันธ์ – 3625

ทั้งนี้ ความกดอากาศที่มีกำลังแรง มักทำให้เกิดลมแรง ซึ่งฝุ่นละอองสามารถระบายได้ดี หากแต่ช่วงที่มีกำลังอ่อนลงมักจะทำให้มวลอากาศนิ่ง และเกิดปรากฏการณ์อากาศปิด (อินเวอร์ชั่น) ซึ่งอากาศไม่สามารถลอยตัวขึ้นในแนวดิ่งได้ตามปกติ และสามารถสังเกตเห็นได้ถึงสภาวะลมสงบหรือลมอ่อน ปัจจัยเช่นนี้ ทำให้ฝุ่นละอองที่่อยู่ในอากาศไม่สามารถระบายได้ และเกิดการสะสมในอากาศได้หลายวัน-หลายสัปดาห์ หรือนานกว่า (หากไม่มีฝนชะล้างออกไป)
ในกรณีที่เกิดมีชั้นอินเวอร์ชั่นที่ความสูงระดับต่ำใกล้พื้นดิน หรือเพดานการลอยตัว ของอากาศต่ำลงจะทำให้ค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น (อัตราส่วนน้ำหนักต่อปริมาตรอากาศ) ซึ่งมักเกิดในเวลากลางคืนหรือเช้า ในทางกลับกันค่าความเข้มข้นนี้จะสามารถลดลงได้โดยที่ปริมาณอนุภาคไม่เปลี่ยนแปลงหากเพดานการลอยตัวของอากาศสูงขึ้น ซึ่งมักเกิดขึ้นในเวลากลางวันที่มีแสงแดดส่องถึงอันเป็นต้นกำเนิดของพลังงาน การลอยตัว การประเมินปริมาณฝุ่นละอองที่มีในอากาศในพื้นที่หนึ่งๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน มักจะมีการวัดคุณสมบัติทางเคมี เช่นค่าความเข้มข้น หรืออัตราส่วน น้ำหนักต่อปริมาตร (ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ส่วนการประเมินปริมาณฝุ่นละอองที่มีในบรรยากาศรวมทั้งหมดตลอดชั้นบรรยากาศ มักจะมีการวัดคุณสมบัติทางฟิสิกส์ต่างๆ เช่น Aerosol Optical Thickness (AOT) เป็นต้น

