เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในการแถลงข่าวของศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 โดย นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประชุมของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมชาติที่กำหนดค่าฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงให้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2567 มีผู้ป่วยรับผลกระทบ 1,048,015 ราย โดยมากที่สุดคือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด ผิวหนังอักเสบ และยังพบกรณีเลือดกำเดาไหล
นพ.ภาณุมาส กล่าวว่า รมว.สาธารณสุข จึงเห็นควรให้มีการประกาศเขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวังตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2562 ซึ่งมีการประชุมไปเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 มีมติให้ประกาศเขตพื้นที่ควบคุมโรคฯ โดยใช้อำนาจตามมาตรา 14 (2) เสนอต่อคณะรัฐมนตรี โดยแบ่งพื้นที่เป็น 2 ระดับ คือ ระดับที่ 1 ประกาศเขตเฝ้าระวังและป้องกันโรคจากฝุ่น PM2.5 โดยการกำหนดมาตรการในเขตเฝ้าระวังและป้องกันโรค จะดูจากค่าเฉลี่ยฝุ่นใน 24 ชั่วโมง มากกว่า 37.5 มคก./ลบ.ม. โดยมีมาตรการ 3 เรื่อง 1.สนับสนุนหน้ากากอนามัยแก่กลุ่มเปราะบาง ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคและกรมอนามัย 2.จัดเตรียมห้องปลอดฝุ่นในอาคารสถานที่ รพ. โรงเรียน เตรียมสถานที่อพยพในกลุ่มเปราะบาง เข้าพักคอย จนกว่าจะยกเลิกประกาศ ปละ 3.รพ.แจ้งการค้นพบผู้ป่วยใน 4 กลุ่มตามมาตรา 30(2)
นพ.ภาณุมาส กล่าวว่า ระดับที่ 2 ประกาศเขตควบคุมโรคจากฝุ่น PM 2.5 หากฝุ่นมากกว่า 75 มคก./ลบ.ม. โดยมีมาตรการเพิ่มจาก 3 ข้อดังกล่าวเพิ่มเติม คือ 1.ออกประกาศ Work From Home โดยให้แต่ละหน่วยงานให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น รวมทั้งงดกิจกรรมกลางแจ้งอย่างต่อเนื่อง ลดการสัมผัสฝุ่น 2.ขอความร่วมมือจากเกษตร เจ้าของสถานประกอบการต่างๆ ผู้ประกอบการขนส่ง และผู้ประกอบมลพิษให้ความร่วมมือลดฝุ่น 3.เมื่อเป็นเขตควบคุม จะใช้มาตรา 35 โดยคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม ในระดับจังหวัดและกทม. พิจารณาเสนออธิบดีกรมควบคุมโรคในการประกาศเขตพื้นที่ ในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดูแลสุขภาพประชาชนเป็นการเฉพาะ
“การกำหนดเขตควบคุมอยู่ในกฎหมายมาตรา 35 สามารถทำได้ โดยให้ในส่วนของคณะกรรมการฯ ต่างๆในจังหวัดต่างๆ สามารถทำเรื่องมายังกรมควบคุมโรค เพื่อประกาศเป็นพื้นที่เฉพาะได้ แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นจังหวัดใดทำเรื่องเข้ามา สำหรับมาตรการ WFH จะเป็นมาตรการแรกๆ ที่อยากให้ทุกพื้นที่ให้ความสำคัญ” นพ.ภาณุมาส กล่าว

