เมื่อคนรักสุขภาพ ต้อง ‘ออกกำลังกาย’ ในช่วงฝุ่น PM2.5 หนาแน่น

25.01.25 | 16:08 น.

เมื่อคนรักสุขภาพ ต้อง ‘ออกกำลังกาย’ ในช่วงฝุ่น PM2.5 หนาแน่น

วิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่ชาวไทยต้องเผชิญในทุกปี จนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเมื่อปี 2568 ประเทศไทยได้มีการกำหนดค่ามาตรฐานใหม่ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือฝุ่น PM2.5 ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ให้มีความเข้มข้นขึ้น จากเดิมต้องไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ถูกปรับลงมา จะต้องไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.

กรมควบคุมมลพิษ รายงานคุณภาพอากาศทั่วประเทศไทย ในรูปแบบแผนที่อากาศที่แสดงความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มสี ได้แก่ “จังหวัดกลุ่มสีฟ้า” คุณภาพอากาศดีมาก มีระดับความเข้มข้นของ PM2.5 ระหว่าง 0-15 มคก./ลบ.ม. “จังหวัดกลุ่มสีเขียว” คุณภาพอากาศดี มีระดับความเข้มข้นของ PM2.5 ระหว่าง 15-25 มคก./ลบ.ม. “จังหวัดกลุ่มสีเหลือง” คุณภาพอากาศปานกลาง มีระดับความเข้มข้นของ PM2.5 ระหว่าง 25-37.5 มคก./ลบ.ม. “จังหวัดกลุ่มสีส้ม” คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีระดับความเข้มข้นของ PM2.5 ระหว่าง 37.5-75 มคก./ลบ.ม. และ “จังหวัดกลุ่มสีแดง” คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีระดับความเข้มข้นของ PM2.5 ระหว่าง 75 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป

ข้อมูล ณ วันที่ 24 มกราคม 2568 พบว่ามีจังหวัดที่ค่าความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน 60 จังหวัด และมี 8 จังหวัด ที่เกินมาตรฐานมาต่อเนื่องมากกว่า 3 วัน ได้แก่ เพชรบุรี, สุโขทัย, สระบุรี, สมุทรสาคร, กรุงเทพฯ, พระนครศรีอยุธยา, ราชบุรี และระยอง

โดยเห็นได้ว่าปริมาณฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศไทยอยู่ในระดับที่เกินค่ามาตรฐานเกือบทั้งประเทศแล้ว กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกคำแนะนำสำหรับการดูแลสุขภาพตามระดับความเข้มข้นของฝุ่น เช่น การสวมหน้ากากอนามัย เลี่ยงหรือลดการออกไปในที่โล่งแจ้ง การสังเกตอาการป่วยและรีบไปพบแพทย์ เป็นต้น

สำหรับคนรักสุขภาพ รักในการออกกำลังกาย

Advertisement

กรมอนามัย ได้ออกคำแนะนำ “การออกกำลังกาย” ในช่วงที่มีฝุ่น PM2.5 หนาแน่น โดยหากเป็นการออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น การเดิน การวิ่ง การปั่นจักรยาน การเล่นฟุตบอล ให้หลีกเลี่ยงในช่วงที่มีฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน คือ 37.5 มคก./ลบ.ม. หากค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับสีส้มและสีแดง ขอให้พิจารณาเลี่ยงหรือลดระยะเวลาการออกกำลังกายกลางแจ้ง หรืออาจออกกำลังกายในพื้นที่สีเขียว เช่น สวนสาธารณะ และสังเกตอาการตัวเองเวลาออกกำลังกาย หากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจไม่สะดวก หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ให้รีบไปพบแพทย์

หากค่าฝุ่นอยู่ใน ระดับสีแดง ควรงดการออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก สำหรับประชาชนที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด ภูมิแพ้ โรคหัวใจ ควรเลือกออกกำลังกายในบ้าน หรือสถานที่ร่มแทน เช่น เปิดคลิปวิดีโอออกกำลังกายประเภทต่างๆ แล้วทำตามที่บ้าน ได้แก่ แอโรบิก โยคะ หรือออกกำลังกายตามสถานที่ต่างๆ หรือที่มีสนามในร่ม เช่น คอร์ตแบดมินตัน วอลเลย์บอล บาสเกตบอล ปิงปอง สระว่ายน้ำในร่ม เป็นต้น

สำหรับการ “สวมหน้ากากอนามัย” ออกกำลังกาย เพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5

สิ่งที่วงการแพทย์ต่างให้ความกังวล เนื่องจากประชาชนบางคนเลือกที่จะสวมหน้ากากอนามัย แล้วไปออกกำลังกาย แทนที่จะส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่กลับจะเป็นโทษต่อสุขภาพ เนื่องจากการสวมหน้ากากอนามัยออกกำลังกาย มีความเสี่ยงต่อการที่ร่างกายจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ทั้งยังทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานหนักมากขึ้น เนื่องจากการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายต้องหายใจแรงขึ้น เร็วขึ้น ลมผ่านทางปากเข้าปอดโดยตรงมากขึ้นกว่าหายใจปกติ

ทั้งนี้ ประชาชนควรติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศก่อนตัดสินใจไปออกกำลังกาย และเมื่อสถานการณ์คุณภาพอากาศดีขึ้นก็สามารถกลับมาออกกำลังกายได้ เพราะการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย ช่วยให้ปอด หัวใจ และระบบไหลเวียนของเลือดทำงานดีขึ้น ป้องกันการเกิดโรค รวมทั้งยังทำให้มีสุขภาพดีในระยะยาวอีกด้วย