สปสช.เผยแจ้งความดำเนินคดีแล้ว 3 คลินิก เบิกเงินโดยไร้ผู้รับบริการจริง

7.02.25 | 15:59 น.

สปสช.เผยแจ้งความดำเนินคดีแล้ว 3 คลินิก เบิกเงินโดยไร้ผู้รับบริการจริง

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2568) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ช่วงสิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา สปสช.ได้มอบหมายตัวแทนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคลินิกเอกชน จำนวน 3 แห่ง ในข้อหาฉ้อโกง ตามมาตรา 341 ประมวลกฎหมายอาญา และ ข้อหานำข้อความอันเป็นเท็จไปลงไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรา 14 (1) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เนื่องจากตรวจพบว่า มีการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจาก สปสช. โดยไม่มีผู้รับบริการจริง

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า สำหรับพฤติกรรมของหน่วยบริการทั้ง 3 แห่งนี้ คลินิกแห่งแรกตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 สปสช.เขต 9 นครราชสีมา ได้รับแจ้งว่า คลินิกดังกล่าวได้จัดบริการแจกยาที่ตลาดในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้า และประชาชนบริเวณใกล้เคียงถือบัตรประชาชนมารับยาได้ฟรี โดยวันดังกล่าวมีผู้มารับบริการจำนวนกว่า 30 คน ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลการเบิกค่าใช้จ่ายพบว่า คลินิกดังกล่าวเรียกเก็บค่าใช้จ่ายไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจเข้าข่ายมีมูลจากเอกสารหลักฐานที่เชื่อได้ว่าจะเกิดความอันเป็นเท็จ นอกจากนี้ จากข้อมูลการเบิกจ่ายระหว่างวันที่ 1 มีนาคม- วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 พบว่า มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจำนวน 3,859 ครั้ง แต่หน่วยบริการไม่จัดส่งเอกสารหลักฐานให้ตรวจสอบ 652 ครั้ง

“ในส่วนของคลินิกแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ใน จ.ร้อยเอ็ด ซึ่ง สปสช. เขต 7 ขอนแก่น ตรวจสอบพบว่า คลินิกดังกล่าวมีการให้บริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยที่บ้าน ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถควบคุมอาการเป็นจำนวนมาก โดยมีการบันทึกข้อมูลให้บริการเพื่อขอรับค่าใช้จ่าย จำนวน 728 ครั้ง แต่จัดส่งเอกสารหลักฐานให้ตรวจสอบได้ 340 ครั้ง และ ไม่สามารถจัดส่งเอกสารหลักฐานการลงเยี่ยมบ้านได้ 258 ครั้ง หรือคิดเป็นร้อยละ 35 ของข้อมูลการเบิกจ่ายทั้งหมด” ทพ.อรรถพร กล่าวและว่า ขณะที่ คลินิกแห่งที่ 3 ตั้งอยู่ใน จ.สระแก้ว โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 สายด่วน สปสช. 1330 ได้รับร้องเรียนจากผู้รับบริการรายหนึ่งว่า ไปขอรับยาที่ร้านยาคุณภาพแต่ถูกปฏิเสธการให้บริการ เนื่องจากมีประวัติว่าไปรับบริการแล้วที่คลินิกแห่งนี้แล้ว ทั้งๆที่ตัวผู้ผู้รับบริการอยู่คนละจังหวัดและติดเรียนหนังสือ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปรับบริการตามที่มีการบันทึกประวัติการรับบริการไว้

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สปสช.ได้ตรวจสอบข้อมูล พบว่าคลินิกแห่งนี้มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายไม่ถูกต้อง ไม่พบหลักฐานการให้บริการ อีกทั้งจากการโทรศัพท์ตรวจสอบกับผู้รับบริการจำนวน 64 คน พบว่ามี 20 คน ที่ไม่เคยได้รับบริการจากคลินิกแห่งนี้ นอกจากนี้ ยังพบว่าคลินิกดังกล่าวยังได้นำสำเนาบัตรประชาชนของนักศึกษาของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งไปบันทึกเบิกค่าบริการถึง 88 ราย รวมความเสียหายจากการเบิกจ่ายทั้งหมด 117,000 บาท

Advertisement