กทม. ลั่น ไม่เหมือนบ้านน็อกดาวน์ ไขปม ‘ป้ายรถเมล์’ 3 แสน แจงเหตุ ไม่ให้สิทธิเอกชน

11.02.25 | 19:14 น.

กทม. ลั่น ไม่เหมือนบ้านน็อกดาวน์ ไขปม ‘ป้ายรถเมล์’ 3 แสน แจงเหตุ ไม่ให้สิทธิเอกชน

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลา 16.00 น. ที่บริเวณรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสามยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร และนายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ร่วมแจงประเด็น ศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทาง กทม.โฉมใหม่ ที่กำลังถูกกระแสวิจารณ์อยู่นั้น

นายสิทธิพร ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กล่าวว่า เรื่องการจัดหาผู้รับเหมา เราดำเนินการตามขั้นตอน และตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างอย่างถูกต้อง ซึ่งมีการประกวดราคาแข่งกันอย่างโปร่งใส

“ในส่วนของ TOR เรากำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประกวดราคา เราเปิดกว้าง เช่น ผลงานต้องเคยดำเนินการก่อสร้างโครงการประมาณ 1 ล้านบาท ในการทำนั้นจะทำกับภาครัฐหรือเอกชนก็ได้ หรือรัฐวิสาหกิจก็ได้ ตัวคุณสมบัติค่อนข้างเปิดกว้าง ขอให้มั่นใจว่า เราเปิดเผยและเชิญชวนทุกท่านให้เข้ามาร่วมประกวดราคา ถ้าท่านคิดว่าสามารถทำในคุณภาพที่ดี ตามที่เรากำหนดไว้ ทำได้ถูกกว่า หาวัสดุได้ถูกกว่า ค่าแรงได้ถูกกว่าก็เชิญชวนมาประกวด เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกที่สุด“ นายสิทธิพรกล่าว

Advertisement

ด้าน นายวิศณุ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวเสริมว่า คนคงจะถามกันว่าทำไมถึงราคาแพง ทำไมถึงราคา 2-3 แสน จากนี้เราก็ต้องอธิบายรายละเอียดว่า เรื่องนี้เรามีการประกวดราคา คือ ถ้ามีการตั้งราคาแพง แล้วมีการแข่งขัน e-bidding อย่างโปร่งใส ราคาก็จะลงเอง ถ้ามีการแข่งขันได้เต็มที่ ซึ่งกระบวนการทำงานของ กทม. มันไม่ได้เหมือนการสร้างบ้านน็อกดาวน์แล้วเอามาวางบนทางเท้า

จากนั้น นายสิทธิพร ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กล่าวว่า การตั้งราคากลาง 1.เรื่องวัสดุ เราคิดจากกระทรวงพาณิชย์ทั้งหมด 2.เราคิดตามราคาตามกรมบัญชีกลาง 3.ค่าดำเนินการนั้น ต้องเรียนว่า เราทำบนทางเท้า เราไม่ได้ทำบนที่โล่งที่นา

“ตัวอุปกรณ์ทั้งหมด มันมีฐานรากเพื่อความมั่นคงแข็งแรง มันไม่ได้ว่าจะอยู่บนพื้นเฉยๆ ฉะนั้นมันก็ต้องมีทั้งค่าวัสดุและค่าดำเนินการ เนื่องจากการทำงานมันมีปัญหาอุปสรรค คือ อุปกรณ์ทั้งหมดมันเป็นแบบน็อกดาวน์ มันไม่ใช่ว่าหล่อในที่ ทำในที่ได้ มันต้องมีค่าขนส่งจากโรงงาน ต้องประกอบจากโรงงาน แล้วพื้นที่ตรงนี้ตอนขุดก็มีอุปสรรค มันจะต้องที่การขนย้ายดิน ติดป้ายประกาศต่างๆ มีการกั้นพื้นที่ ซึ่งเข้าทำงานได้เฉพาะตอนกลางคืน เพราะตอนกลางวัน มันก็จะกีดขวางคนที่มารอรถ หรือรถเมล์จอด

ฉะนั้น มันก็ต้องมีค่าแรงที่ต้องทำตอนกลางคืนดึกดื่น เพราะฉะนั้นค่าวัสดุเราขอตาม TOR หมดเลย รวมถึงค่าปัญหาอุปสรรคต่างๆ รวมถึงค่าสาธารณูปโภค หรือการคืนพื้นผิว มันก็ทำให้เป็นไปตามมาตรฐาน เช่น มีการอุดดิน ปูกระเบื้องให้เป็นตามมาตรฐานของสำนักงานโยธาให้คงสภาพเดิม

“ถามว่าแพงหรือเปล่า ผมคิดว่าราคาเป็นไปตามวัสดุ และการดำเนินงานจริง ยูนิตไทป์ตามราชการ และผมคิดว่าราคาถูกต้องตามมาตรฐาน ไม่มีอะไรที่เกินเลย ไม่มีอะไรที่คิดไม่ได้ หรือยกขึ้นมาเฉยๆ” นายสิทธิพรระบุ

นายวิศณุ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีที่เราเปิดเผยราคาให้ทุกคนได้เห็นกัน สังคมช่วยกันตรวจสอบ อันนี้ก็จะทำให้ตนทำงานง่ายขึ้นด้วย เพราะมีราคากลาง มีที่มาที่ไป ซึ่งหลายเรื่องตลอดช่วงที่เราเข้ามาทำงาน 2 ปีกว่า ก็จะเอ๊ะว่าตรงนั้นตรงนี้ ราคามาจากไหนก็ได้สังคมช่วยเป็นหูเป็นตา ช่วยกันตรวจสอบ

เมื่อถามว่าเกิดกระแสที่ประชาชนเปรียบเทียบกับป้ายรถเมล์ยุคก่อน ถึงความคุ้มค่าตรงนี้คิดว่าอย่างไร?

นายวิศณุ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ถ้าดูศาลาที่ถูกสัมปทานอันเก่าเป็นราคาราว 7 แสนบาทรวมระบบ แต่รอบนี้งบราคา 2 แสนบาท ซึ่งมีการทำงานค่อนข้างยาก มันต้องขุดก่อน พอขุดไปก็เจอท่อประปา ระบบสาธารณูปโภค ท่อไฟฟ้า ท่อสายสื่อสาร คือ มันเป็นความเสี่ยงของผู้รับเหมา ถ้าไม่คุ้นเคยงานของ กทม. มันก็บริหารจัดการยากเหมือนกัน

“พอเจอท่อไฟฟ้า หรือสายสื่อสาร ผู้รับเหมาก็ต้องประสานต่อไปหน่วยงานอย่างไร แล้ววันหนึ่งก็ทำงานได้ไม่กี่ชั่วโมง พอจะมาจอดส่งของก็จอดไม่ได้ ตำรวจก็จะมาจัดการ เพราะมันเป็นพื้นที่ห้ามจอด ทำได้แค่จอดส่งแล้วก็ไป พอตอนนี้เราทำให้มันเล็กลง ซึ่งคนจะมองเหมือนวางม้านั่งเฉยๆ มันไม่ใช่

ส่วนที่คนมองว่าสิ่งอำนวยความสะดวก (facility) หลายอย่างมันจะหายไป จริงๆ แค่ไม่มีจอมันก็แพงแล้ว แต่ตรงนี้เดี๋ยวก็มา คือ จอมันไม่สำคัญเท่ากับข้อมูล เดี๋ยวปีนี้เราก็เปิดประมูลป้ายเพิ่ม บอกข้อมูลว่ารถเมล์จะมากี่นาที ถ้าตรงนี้สำเร็จมันก็จะสามารถเอามูลไปเชื่อมกับข้างในศาลาได้” นายวิศณุระบุ

เมื่อถามว่าทำไมไม่ให้เอกชนเข้ามาทำศาลารอรถเมล์แทน อาจจะประหยัดกว่านี้?

นายวิศณุกล่าวว่า แน่นอนว่าการให้สิทธิเอกชนสร้าง แล้วแลกกับการให้สิทธิสัมปทานป้ายโฆษณามันก็ดี เหมือนกับ กทม.ไม่ต้องไปลงทุนสร้างศาลา แต่ถามว่าเราต้องการป้ายจำนวนมากอย่างนี้บนทางเดินสาธารณะของเราหรือไม่

“ตอนนี้เรามีป้าย 1,170 ป้าย ที่ให้สัมปทานไป 10 ปี ตั้งแต่ 2563 เพื่อแลกกับการปรับปรุงศาลา 350 หลัง ไม่ใช่การสร้างศาลาใหม่ แต่เรามีประมาณสัก 2,500 หลัง เป็นการให้เอกชนสัมปทานนำไปปรับปรุง 350 หลัง เพื่อแลกสิทธิสัมปทาน 10 ปี โดยการที่เขาก็จะมีป้ายโฆษณากว่า 1,170 ป้าย

เรามี 2,500 ศาลา จุดรอรถเมล์ 5,600 จุด ถ้าเราจะเพิ่มอย่างนี้ เราจะต้องมีป้ายเกะกะทางเท้าเราเยอะขนาดไหน มันจึงเป็นสิ่งที่ กทม.ควรจัดสรรงบประมาณมาทำเองได้“ นายวิศณุกล่าว

นายวิศณุกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันประเด็นที่ 2 เรามีกฎหมายที่ชัดเจน เรื่องการแปะป้ายโฆษณาในพื้นที่สาธารณะ ฉะนั้นในเมื่อเรามีกฎหมายห้ามอย่างนี้แล้ว กทม.ก็ไม่ควรทำตัวเอง ในการที่จะอ้างทำเป็นโฆษณาภาครัฐ แล้วไปทำยกเว้นกฎหมายตรงนี้ ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าทำ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราถึงไม่ให้เอกชนทำเพื่อแลกกับสิทธิติดป้ายโฆษณา