สปสช.ยัน ‘มะเร็งรักษาทุกที่’ ไม่ใช้ ‘ใบส่งตัว’ แต่เข้าระบบครั้งแรกต้องมีประวัติจาก รพ.เดิม

13.02.25 | 15:45 น.

สปสช.ยัน ‘มะเร็งรักษาทุกที่’ ไม่ใช้ ‘ใบส่งตัว’ แต่เข้าระบบครั้งแรกต้องมีประวัติจาก รพ.เดิม

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2568) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ สปสช. ได้มีคำสั่งยกเลิกประกาศหลักเกณฑ์มะเร็งรักษาทุกที่ฉบับใหม่ ที่จะบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2568 ซึ่งจะมีผลให้กลับไปใช้ประกาศหลักเกณฑ์มะเร็งรักษาทุกที่ ฉบับเดิม ปี 2566 -2567 และได้ส่งหนังสือแจ้งเวียนหน่วยบริการทั่วประเทศรับทราบแล้วนั้น ล่าสุด สปสช.ได้หารือร่วมกับผู้บริหารโรงเรียนแพทย์ถึงขั้นตอนรายละเอียดต่างๆ ซึ่งทางผู้บริหารเห็นชอบร่วมกัน ในเรื่องการกลับไปใช้แนวปฏิบัติตามประกาศมะเร็งรักษาทุกที่ฉบับเดิม ไม่ต้องใช้ “ใบส่งตัว” จากหน่วยบริการประจำของผู้ป่วยในการประกอบการเบิกจ่าย

เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ทั้งนี้ ในการเข้ารับการรักษาครั้งแรกที่โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการมะเร็งรักษาทุกที่นั้น มีความจำเป็นที่จะต้องมีประวัติของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเดิมมาด้วย หรือส่งข้อมูลผู้ป่วย ซึ่งที่ผ่านมา มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ TCB Plus ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และเฮลท์ ลิ้งค์ (Health Link) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อใช้ลงทะเบียนรับส่งต่อและดูข้อมูลผู้ป่วยอยู่แล้ว โดยทางโรงพยาบาลที่รับส่งต่อ สามารถดูข้อมูลผู้ป่วยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวนี้ได้

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ระบบของหน่วยบริการประจำ และโรงพยาบาลรับส่งต่อบางแห่ง ยังไม่เป็นระบบเดียวกันทั้งหมด ทำให้สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่ทุกแห่งที่จะสามารถส่งหรือรับข้อมูลผู้ป่วยได้เหมือนกัน ยังมีโรงพยาบาลบางแห่ง ที่ยังไม่ได้ใช้ระบบ TCB Plus ของสถาบันมะเร็งฯ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ผู้ป่วยต้องขอประวัติจากหน่วยบริการประจำตัวมาด้วย ซึ่งจะเป็นประวัติที่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง และสามารถใช้สิทธิได้ตามแนวทางมะเร็งรักษาทุกที่

Advertisement

“จึงขอแจ้งผู้ป่วยและญาติว่า ตรงนี้เป็นขั้นตอนตามปกติของการรักษา ซึ่งเป็นการส่งต่อข้อมูลประวัติการรักษาไปให้โรงพยาบาลที่เข้าร่วมมะเร็งรักษาทุกที่ และใช้เฉพาะการเข้ารับบริการในครั้งแรกเท่านั้น ไม่ใช่ใบส่งตัวเพื่อประกอบการเบิกจ่าย” นพ.จเด็จ กล่าวและว่า จากการหารือร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนแพทย์ ระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาระบบและเชื่อมข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งแบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกัน เพื่อให้ครอบคลุมเป็นระบบเดียวกันทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ความจำเป็นของการใช้ประวัติการรักษาของผู้ป่วยที่เป็นกระดาษจะลดลงหรือหมดไปในระยะถัดไป