ศิริราช รับรักษา หญิงน้ำหนักกว่า 300 กก. ตั้งเป้าลด 50 กก. ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ

16.02.25 | 17:04 น.

‘ศิริราช’ รับหญิงวัย 36 ปี น้ำหนักกว่า 300 กก.รักษาโรคอ้วนขั้นรุนแรง

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์ 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาล (รพ.) ศิริราชพยาบาล ได้รับตัวหญิง อายุ 36 ปี จาก จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ป่วยโรคอ้วนขั้นรุนแรงน้ำหนักตัวมากกว่า 300 กิโลกรัม ซึ่งรักษาอาการเบื้องต้นอยู่ที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวง ชินวราลงกรณ (วาสนมหาเถร) เข้ารักษาต่อที่ รพ.ศิริราช โดยมีทีมแพทย์เชี่ยวชาญจากหลายสาขาร่วมดูแล โดยเมื่อไปถึง รพ.ศิริราช เจ้าหน้าที่ได้นำเตียงผู้ป่วยไฟฟ้า สามารถรับน้ำหนักได้กว่า 500 กิโลกรัม มาเคลื่อนย้ายผู้ป่วยขึ้นสู่หอผู้ป่วยเพื่อประเมินอาการทั้นที โดยตลอดการเดินทาง ผู้ป่วยอยู่ในลักษณะนอนคว่ำ และใส่เครื่องช่วยหายใจ

ศ.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ป่วยหญิงรายนี้อาการคงที่ ทีมแพทย์จาก รพ.ศิริราช และ รพ.สมเด็จพระสังฆราชฯ จึงได้วางแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยรายดังกล่าวมารับการรักษาต่อที่ รพ.ศิริราช โดยได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจากหน่วยกู้ชีพกู้ภัยอยุธยา จาก จ.พระนครศรีอยุธยา มาที่ รพ.ศิริราช มี ผศ.นพ.วรบุตร ทวีรุจจนะ ประธานศูนย์โรคอ้วนเมตะบอลิสมศิริราช และอาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยพ่อแม่ของผู้ป่วยเดินทางมาด้วย

ศ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า จากการประเมินอาการเบื้องต้น ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี สัญญาณชีพปกติ อาจจะมีอาการเหนื่อยเล็กน้อยจากการเดินทางที่ต้องนอนคว่ำ อย่างก็ตาม ผู้ป่วยได้ใส่หน้ากากแรงดันเพิ่มออกซิเจนมาตลอดทาง ผู้ป่วยสามารถพูดคุยโต้ตอบได้ สีหน้ายิ้มแย้ม และดีใจที่ได้เข้ารักษาที่ รพ.ศิริราช ซึ่งทีมแพทย์ รพ.ศิริราช จะทำการรักษาอย่างดีที่สุด โดยความร่วมมือจากทีมแพทย์ทุกสาขาวิชาชีพ

Advertisement

“รพ.ศิริราช มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์รักษาผู้ป่วยที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัมขึ้นไปมาแล้วหลายราย โดยรายนี้ที่มีน้ำหนักเกิน 300 กิโลกรัมขึ้นไป นับเป็นรายที่ 2 ที่ รพ.ศิริราช รับรักษา โดยรายแรก เมื่อ 10 กว่าปีก่อน เป็นผู้ป่วยชายน้ำหนักตัวมากกว่า 300 กิโลกรัม ที่เข้ารักษา ใช้เวลา 1 ปี สามารถลดน้ำหนักจนเหลือ 90 กิโลกรัม ปัจจุบันใช้ชีวิตได้ปกติ ทั้งยังลดภาวะโรคแทรกซ้อนต่างๆ เหมือนได้ชีวิตใหม่” ศ.นพ.ยงยุทธ กล่าว

ผศ.นพ.วรบุตร กล่าวว่า ผู้ป่วยหญิงรายนี้มีภาวะอ้วนขั้นรุนแรง และมีภาวะผิดปกติด้านการหายใจ และหัวใจ เคยมีภาวะหัวใจหยุดเต้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่สามารถกู้สัญญาณชีพกลับมาได้ จึงต้องเข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง โดยได้วางแผนการรักษา เป็น 2 ระยะ ระยะแรก 1-2 เดือน เป็นการประเมินอาการผู้ป่วยและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ จะมีการเจาะเลือดตรวจอย่างละเอียด เพื่อดูภาวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น ปอด หัวใจ รวมถึงประเมินการนอนหลับด้วย ขณะเดียวกัน ต้องฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงขึ้น พร้อมกับควบคุมอาหารและเพิ่มการออกกำลังกาย ภายใต้การดูแลของนักกายภาพบำบัด เพื่อให้ผู้ป่วยลดน้ำหนักลงมาได้ระดับหนึ่ง เบื้องต้นตั้งเป้าลด 50 กิโลกรัม เพื่อที่จะเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะในระยะที่ 2 และอาจจะตัดลำไส้เล็กให้สั้นลงบางส่วนเพื่อลดการดูดซึมอาหาร สามารถทำให้น้ำหนักของผู้ป่วยลดลงได้ โดยเคสนี้จะใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วยผ่าตัด ซึ่งมีความแม่นยำและปลอดภัยสูง เนื่องจากผนังหน้าท้องของผู้ป่วยมีลักษณะหนา และหลังผ่าตัด คาดว่าน้ำหนักของผู้ป่วยจะลดลงอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 6-12 เดือน

“ภาวะอ้วนมาจากหลายสาเหตุ แต่ปัจจัยหลัก ส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมส่วนบุคคล ทั้งการรับประทานอาหาร และออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ ส่งผลต่อระบบเผาผลาญของร่างกายที่ไม่สมดุล นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยฮอร์โมนที่ผิดปกติ และพันธุกรรม ซึ่งต้องประเมินผู้ป่วยรายนี้ว่าเกิดจากสาเหตุใด นอกจากนี้ ต้องมีการฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ป่วยด้วยเนื่องจากกลุ่มที่มีภาวะอ้วน มักจะมีภาวะเครียด ไม่มั่นใจ การใช้ชีวิตในสังคม จะมีทีมจิตแพทย์ของ รพ.เข้าร่วมประเมินอาการและรักษาด้วย” ผศ.นพ.วรบุตร กล่าว