สธ.เผยยอดหญิงไทยรับวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ สะสมเกือบ 5.7 แสนโดส เร่งระดมฉีดให้ทั่วประเทศ
วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2568) น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2568) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. และคณะ เปิดงาน “กิจกรรม Kick – off ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV 9 สายพันธุ์ ป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมปีที่ 5 ภาคใต้ โดยจัดขึ้นที่โรงเรียนจงรักสัตย์วิทยา ต.ตันหยงลุโละ อ.เมือง จ.ปัตตานี และมอบนโยบายภายใต้ชื่อ “หญิงไทยห่างไกลมะเร็งด้วยวัคซีนเอชพีวี” (Save Girls,No Cancer by HPV Vaccines) โดยตั้งแต่ปลายปี 2567 ถึงเดือนมกราคม 2568 รัฐมนตรีว่าการ สธ.ได้ไปเป็นประธานคิกออกฟ วัคซีน HPV มาแล้วหลายแห่ง ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ปทุมธานี, สุโขทัย, พิษณุโลก, มหาสารคาม, หนองคาย, สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา เป็นต้น

น.ส.ตรีชฎา กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการ สธ. นำความห่วงใยจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความห่วงใยในสุขภาพของหญิงไทยต้องห่างไกลโรคมะเร็งปากมดลูกจึงระดมฉีดวัคซีน PHV โดยนำร่องครั้งแรกที่ จ.ปทุมธานี ก่อนขยายทั่วประเทศเป็นของขวัญปีใหม่ ต่อเนื่องมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรัก และเดือนต่อๆไป
“สำหรับ จ.ปัตตานี จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2567- วันที่ 31 มกราคม 2568 ฉีดวัคซีนหญิงไทยอายุ 11 – 20 ปี ในอำเภอต่างๆ ไปแล้วทั้งสิ้น 2,151 เข็ม จากเป้าหมาย 6,595 เข็ม” น.ส.ตรีชฎา กล่าวว่า จากข้อมูลระบบหมอพร้อม MOPH Claimผลการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ (HPV) ปีงบประมาณ 2568 รายงานว่า ทั้งประเทศ ยอดฉีดสะสม (โดส) จำนวน 569,686 โดส ยอดฉีดสะสมในรอบ 2 สัปดาห์ (โดส) 72,962 โดส ผลฉีด HPV 9 สายพันธุ์ (โดส) 91,743 โดส ผลฉีด HPV 2 หรือ 4 สายพันธุ์ (โดส) 477,943 โดส เป้าหมายการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 1 ล้านโดส เป้าหมายไตรมาส 2 จำนวน 600,000 โดส ภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้

น.ส.ตรีชฎา กล่าวว่า ผลการดำเนินงานปัจจุบัน 569,686 โดส ข้อมูล ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ผลการฉีดวัคซีนแบ่งตามเขตสุขภาพ ทั้งนี้ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา ภูเก็ต ระนอง พัทลุง ตรัง นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา สตูล เป้าหมายสำคัญของรัฐบาล และ สธ. คือ ต้องการให้หญิงไทยปลอดจากมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นโรคมะเร็งลำดับที่ 2 ที่คร่าชีวิตหญิงไทย และนอกจากช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อไวรัส HPV ที่สามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้ว ยังสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้อีกหลายโรคอีกด้วย

