สปสช.แจง ‘สิทธิบัตรทอง’ คนชื่ออยู่ทะเบียนบ้านกลาง ยื่นสำเนา ท.ร.14/1-ท.ร.12 ยันตัวตน

17.02.25 | 17:33 น.

สปสช.แจง ‘สิทธิบัตรทอง’ คนชื่ออยู่ทะเบียนบ้านกลาง ยื่นสำเนา ท.ร.14/1-ท.ร.12 ยันตัวตน

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) รศ.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีการเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ บัตรทอง 30 บาท ของคนไทยที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง ที่มีการหยิบยกขึ้นมาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้ ว่า สปสช.ยืนยันว่าแม้จะมีรายชื่อในทะเบียนบ้านกลาง แต่คนกลุ่มนี้มีสิทธิและสามารถเข้ารับบริการด้านสุขภาพในระบบบัตรทองได้ตามปกติ ไม่ได้ถูกจำกัดสิทธิแต่อย่างใด

รองเลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า สปสช.ได้เคยมีการออกหนังสือเพื่อแจ้งไปยังหน่วยบริการต่างๆ แล้ว ในการซักซ้อมและทำความเข้าใจแนวทางการดำเนินการในกรณีที่ผู้มีรายชื่อในทะเบียนบ้านกลางเข้ารับบริการ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 ซึ่งเมื่อมีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาอภิปราย จึงเป็นโอกาสอันดีที่ สปสช. จะได้อธิบายแนวทางการใช้สิทธิบัตรทองของคนกลุ่มนี้อีกครั้ง เพื่อย้ำให้สังคมและหน่วยบริการรับทราบ เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน สำหรับแนวทางการใช้สิทธิบัตรทองเข้ารับการรักษาพยาบาลของผู้ที่มีชื่ออยู่ทะเบียนบ้านกลางนั้น แบ่งเป็น 3 กรณี ดังนี้

1.กรณีไม่เคยทำบัตรประจำตัวประชาชน และไม่มีเอกสารอื่นใดและอายุเกิน 15 ปีแล้ว เช่น บุคคลที่มีรายชื่อในทะเบียนบ้านกลาง ให้แสดงใบคัดสำเนารายการทะเบียนราษฎรจากฐานข้อมูลการทะเบียน สำนักทะเบียนกลาง หรือ ท.ร.14/1 โดยสามารถขอคัดสำเนาได้จากสำนักทะเบียนราษฎรทุกแห่งทั่วประเทศด้วยตนเอง

2.กรณีเคยทำบัตรประจำตัวประชาชน แต่ปัจจุบันบัตรหายและไม่มีพยานหลักฐานอื่นใด หรือบุคคลที่อยู่ในทะเบียนบ้านกลางและบัตรประชาชนสูญหาย ให้แสดงใบคัดสำเนาทะเบียนประวัติบุคคล หรือ ท.ร.12 โดยสามารถขอคัดสำเนาได้จากสำนักทะเบียนราษฎรทุกแห่งทั่วประเทศด้วยตนเอง

Advertisement

และ 3.กรณีทราบเพียงหมายเลขประจำตัวประชาชน แต่ไม่มีบัตรประชาชน หรือบัตรเอกสารอื่นใดที่ราชการออกให้ และไม่สามารถคัดสำเนาตาม 2 กรณีข้างต้นได้ และมีเหตุจำเป็นต้องเข้ารับบริการ ขอให้หน่วยบริการให้บริการในครั้งนั้น โดยถือเป็นเหตุอันสมควรหรือฉุกเฉิน และหากบุคคลนั้นประสงค์จะลงทะเบียน ณ หน่วยบริการที่ขอรับบริการ ขอให้หน่วยบริการจัดให้ลงทะเบียนด้วยหมายเลข 13 หลักของบุคคลนั้น คู่กับบัตรประจำตัวประชาชนของพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือ

“โดยหลักการแล้ว การใช้สำเนา ท.ร.14/1 หรือ ท.ร.12 สามารถใช้ยืนยันตัวตนเพื่อรับบริการได้ในครั้งแรก หลังจากนั้นให้บุคคลนั้นดำเนินการขอทำบัตรประชาชน เพื่อใช้ในการรับบริการครั้งต่อไป อย่างไรก็ดี เนื่องจากขั้นตอนการทำบัตรประชาชนต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ในกรณีที่คนไข้ต้องมีการรับบริการต่อเนื่อง สปสช. อนุโลมให้สามารถรับบริการได้เช่นกัน” รศ.ภญ.ยุพดีกล่าว และว่า นอกจาก สปสช.ที่ส่งหนังสือเวียนซักซ้อมความเข้าใจกับหน่วยบริการต่างๆ แล้ว ในส่วนของสำนักทะเบียนกลางได้ส่งหนังสือเวียน เลขที่ ว.180 ไปยังนายทะเบียนจังหวัดทุกจังหวัดตั้งแต่ปี 2564 เพื่อซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในกรณีที่มีการขอคัดรายการทะเบียนราษฎรของบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางอีกด้วย