สภาพอากาศเป็นใจ ฝนหลวงฯ เร่งบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 จากเขตเมือง
นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศของประเทศไทยในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ที่มีความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก นั้น
ทำให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้วางแผนการบรรเทาฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 หรือ PM2.5 โดยใช้เทคนิคการก่อเมฆ และเลี้ยงเมฆให้อ้วน เป็นการเพิ่มขนาดของเมฆให้มีขนาดใหญ่ และมีความสามารถในการดูดซับและระบายฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 หรือ PM2.5 ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

นายราเชนกล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินงานของหน่วยงานกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในช่วงเช้าของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 นั้น ทางหน่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 หรือ PM2.5 จังหวัดระยอง มีแผนการปฏิบัติงานในการก่อเมฆและเลี้ยงเมฆให้อ้วนบริเวณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ถึง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา และ อ.แกลง จ.ระยอง ถึง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี
สำหรับหน่วยฯ จังหวัดกาญจนบุรี ปฏิบัติการบริเวณ อ.ห้วยกระเจา ถึง อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี
- หน่วยฯ จังหวัดนครราชสีมา ปฏิบัติการบริเวณ อ.ปากพลี จ.นครนายก ถึง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา และ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ถึง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
- หน่วยฯ อำเภอหัวหิน ปฏิบัติการบริเวณ อ.ปากท่อ ถึง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี รวมถึงบริเวณภาคเหนือตอนล่าง
- หน่วยฯ จังหวัดพิษณุโลก ปฏิบัติการบริเวณ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร
ทั้งนี้ นายราเชนกล่าวเพิ่มเติมว่า จากค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เช้าของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 อยู่ที่ 60 เนื่องจากสภาพอากาศได้รับความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทย ทำให้ฝุ่นละอองลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบนได้ดีขึ้น นับได้ว่าสภาพอากาศเริ่มเป็นใจให้การทำงานบรรเทาฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 หรือ PM2.5 มีโอกาสทำได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามกรมฝนหลวงและการบินเกษตรยังคงติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน เพื่อนำข้อมูลสภาพอากาศมาวางแผนดำเนินการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 หรือ PM2.5 ให้ค่าดัชนีคุณภาพอากาศกลับมาสู่เกณฑ์ปกติให้เร็วที่สุด



