รองผอ.อสส. เผยไวรัลหมูเด้ง กระตุ้นเที่ยวสวนสัตว์ ดันนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่ง ยกเครดิตให้พี่เลี้ยง เผย เตรียมจับมือต่างชาติต่อยอดความดังหมูเด้ง
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ หนังสือพิมพ์มติชน และมติชนออนไลน์ จัดสัมมนา “Matichon Leadership Forum 2025 Trust Thailand : เชื่อมั่นประเทศไทย” ที่ ห้องบอลรูม 1 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยในช่วงบ่ายเวลา 14.30 น. มีการเสวนาหัวข้อ “เชื่อมั่นของดีไทย ดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยไกลสู่เวทีโลก” โดย น.สพ.วันชัย ตันวัฒนะ รองผู้อำนวยการ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ อสส.และ นายศุภักษร จงศิริ หรือเชฟไอซ์ เจ้าของร้านศรณ์ (Sorn) ร้านอาหารมิชลิน 3 ดาวหนึ่งเดียวในประเทศไทย ร่วมเสวนา
ในตอนหนึ่ง น.สพ.วันชัย กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของหมูเด้ง การกำเนิดกระแสหมูเด้ง ที่มาคือ ในการทำสวนสัตว์เราจะเห็นว่ามีสัตว์เกิดตลอดเวลา ซึ่งการโปรโมทสัตว์ที่เกิดใหม่นับเป็นเรื่องที่เราทำเสมอมาเป็นปกติ แต่ในกรณีของหมูเด้ง ลูกฮิปโปแคระชื่อดังเป็นกรณีที่ “ไม่ปกติ” กับเรื่องนี้เราต้องยกเครดิตให้พี่เลี้ยงหมูเด้ง (เบนซ์ อรรถพล หนุนดี) ที่เขาสามารถนำพฤติกรรมของฮิปโปเด็กเล็กที่ชอบงับขา งับแขน มาสร้างเป็นคลิปและเผยแพร่ลงโซเชียลมีเดียจนเกิดเป็นไวรัล ซึ่งปัจจุบันโซเชียลไปไวมาก ทุกคนมีสื่อของตัวเองอยู่ในมือจึงเกิดเป็นกระแสได้ง่าย และแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ย้อนไปสมัยก่อนเวลาสัตว์เกิดเราต้องเตรียมตัว และนัดวันแถลงข่าวกว่าจะมีกระแสก็อีกสักพัก ปัจจุบันก็เปลี่ยนไปมาก เกิดเป็นกระแสข่าวที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

น.สพ.วันัยกล่าวว่า ซึ่งพี่เลี้ยงหมูเด้งเป็นแอดมินเพจขาหมูแอนด์เดอะแก๊งที่ดูแล ฮิปโปขาหมู หมูหวาน หมูตุ๋น หมูมะนาวมาก่อน รวมไปถึงแก๊งคาปิบาร่า ที่มีฐานแฟนคลับของเขาอยู่แล้ว อย่างก่อนหน้านี้ขายกางเกงกะปิปลาร้าออกมาเป็นกระแสคู่กับกางเกงช้างที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย โดยมีรายได้หลังเปิดจองทะลุล้าน ซึ่งเมื่อมีกระแสของคาปิบาร่าเราก็กำลังวางแผนทำโปรเจ็กต์ต่อ แต่พอมีกระแสหมูเด้งเกิดขึ้นมา แผนของคาปิบาร่าเลยต้องชะลอไปก่อน
น.สพ.วันชัย กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญนอกเหนือจากการที่เรามีสัตว์ให้เข้าชมในสวนสัตว์แล้วเรายังมีการอนุรักษ์ การเผยแพร่พันธุ์สัตว์ ส่งต่อสู่รุ่นลูก รุ่นหลานต่อไป เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดภารกิจของเราในการเผยแพร่ความสำเร็จในการขยายพันธุ์สัตว์ โดยเฉพาะฮิปโปแคระพันธุ์ของหมูเด้งเป็นสัตว์หายากที่ใกล้สูญพันธุ์ ทั่วโลกมีเพียง 2,000-3,000 ตัว ในส่วนของสวนสัตว์มีแค่ 400-500 ทั่วโลกเท่านั้นเอง
อีกทั้งยังกล่าวว่า ในอดีตของสวนสัตว์เปิดเขาเขียวนั้น ตนไปอยู่ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2536 ในสมัยที่ทางเข้ายังคงเป็นทางลูกรัง เป็นสวนมะพร้าว ไร่อ้อย ไร่มัน จะเข้าไปข้างในต้องนั่งสองแถวเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปเราพัฒนาให้เป็นสวนสัตว์แห่งใหม่โดยมีสวนสัตว์เขาดินเป็นหลัก พอที่เขาดินขยายพันธุ์สัตว์ได้มากเราก็ขยายไปที่เขาเขียว ก็พัฒนามาเรื่อย ๆ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในละแวกนั้น ซึ่งปัจจุบันเส้นทางนั้นในอดีตก็ขยายใหญ่ขึ้นและมีร้านค้าเปิดมากมาย
น.ศพ.วันชัยกล่าวว่า ในส่วนผลกระทบจากกระแสหมูเด้งในสวนสัตว์แห่งอื่น ๆนั้น ตั้งแต่มีหมูเด้ง กระแสการเที่ยวสวนสัตว์ก็มีมากขึ้น เรียกได้ว่าเติบโตแบบเท่าตัวเลย เฉพาะที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จากปกตินักท่องเที่ยวต่อวันอยู่ที่หลักพัน กลายเป็นวันธรรมดา 4,000-5,000 ทะลุไปถึง 10,000 คน และคิวยาวมาก ต้องรอกว่า 3 ชั่วโมงเพื่อไปเจอหมูเด้ง กับเรื่องนี้ทางสวนสัตว์ก็ได้มีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลเรื่องคิวให้ ปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวก็เบาลงบ้าง แต่ยอดก็ยังถือว่ามากเป็นเท่าตัว
ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสของสวนสัตว์แห่งอื่น ๆ ในการที่จะกระตุ้นเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งปีที่แล้วหนักพอสมควรเพราะสภาพอากาศร้อนมาก ถ้าจะออกจากบ้าน ไม่มีใครมาสวนสัตว์เพราะร้อน ก็จะเลือกไปห้างมากกว่า แต่ด้วยกระแสหมูเด้ง ภายหลังมาเด็ก ๆ ชวนผู้ปกครองมาดูหมูเด้ง ส่งผลไปยังสัตว์ที่เกิดใหม่ในแห่งต่าง ๆ ได้รับความนิยมไม่ว่าจะเป็นที่สวนสัตว์ศรีษะเกส ฮิปโปเกิดใหม่ น้องหอมแดง คนก็แห่กันไปดู ไม่เว้นแม้แต่สวนสัตว์ของเอกชนเอง อย่างน้องเอวา เสือที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ก็กระตุ้นให้คนไปเที่ยวมากขึ้น นอกจากในประเทศไทยแล้ว ยังกระทบไปถึงต่างประเทศเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นฮิปโปเกิดใหม่ที่อเมริกา หรือเพนกวินที่ออสเตรเลีย ที่เมื่อนำเสนอข่าวก็จะมีการพูดถึงหมูเด้งทุกครั้ง ซึ่งนี่ก็เป็นส่วนที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของสวนสัตว์เยอะมาก

นอกจากนี้เราไม่ได้มองเรื่องการท่องเที่ยวอย่างเดียว เราพยายามสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับสัตว์ เช่น การอธิบายถึงพันธุ์ของหมูเด้ง ว่าหมูเด้งเป็นฮิปโปแคระ กำเนิดอย่างไร ปัจจุบันในธรรมชาตินั้นมีอยู่กี่ตัว และเป็นพันธุ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์แล้ว เราทุกคนต้องช่วยกันอนุรักษ์ ซึ่งก็มีการสื่อสารเรื่องเหล่านี้ออกไป
น.สพ.วันชัย กล่าวต่อว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เห็นไวรัลของหมูเด้ง ก็เดินทางมาหาหมูเด้งเยอะมาก ซึ่งในช่วงที่กำลังจะเข้าไตรมาสที่สองนี้ปรากฏว่า เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มเดียวก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากที่ตั้งเป้าไว้ปีนี้ 200,000 แต่ ณ ปัจจุบันยอดอยู่ที่ประมาณ 180,000 แล้ว ถือว่าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลัก ๆ คือจีนและในแถบยุโรป
“ก่อนหน้านี้ไปประชุมองค์การสวนสัตว์ที่ไต้หวัน ทุกคนก็ทักแต่เรื่องหมูเด้ง อาทิตย์นี้ทีมญี่ปุ่นก็มาฝึกงานกับทีมหมูเด้งที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว นอกจากกระแสในกลุ่มสวนสัตว์เองแล้ว ภาคธุรกิจก็ให้ความสนใจเช่นเดียวกัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้นมีน้ำท่วมเชียงรายเกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นข่าวเศร้า ทางสวนสัตว์เองก็ได้เปิดโอกาสให้พันธมิตรฯอื่นๆ เข้ามาช่วยเรื่องน้ำท่วมร่วมกัน และผลักดันสวัสดิภาพสัตว์ไปด้วย ซึ่งก็มีคนเข้ามาเยอะมาก” น.สพ.วันชัยกล่าว
น.สพ.วันชัย กล่าวต่อไปว่า ปัจจัยความสำเร็จ จุดเริ่มต้นคือพี่เลี้ยงของหมูเด้ง (เบนซ์ อรรถพล หนุนดี) ด้วยความรัก ความเข้าใจ และความผูกพันกับสัตว์ เขารู้พฤติกรรมของสัตว์ ซึ่งปกติฮิปโปทั่วไปจะนอนแช่น้ำอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราก็เห็นมาตลอด เขาก็สามารถจับเอาพฤติกรรมแวบเดียวที่มีไม่ถึงสิบนาทีต่อวันออกมา ผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ของเขาที่นำไปเสริมในคลิปที่ทำเอาโดนใจผู้ชม อย่างเสียงที่ใช้ในคลิปที่ใครได้ยินก็จะรู้ว่าเป็นหมูเด้ง อย่างที่สองคือเรื่องของระบบโซเชียลในปัจจุบัน ที่ช่วยได้เยอะมาก ในการเผยแพร่งานของเราไปให้ไกล
สำหรับความน่ารักของหมูเด้ง น.สพ.วันชัย กล่าวว่าความน่ารักก็เป็นไปตามวัย เพียงแต่ว่าเราจะหยิบอะไรออกมาแค่นั้นเอง ซึ่งช่วงนี้หมูเด้งก็เริ่มกินอาหารได้แล้ว จากที่ก่อนหน้านี้ยังกินไม่ได้งับอย่างเดียว ซึ่งธรรมชาติฮิปโปเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่คนเดียวไม่ยุ่งกับใคร แต่ตอนนี้ยังตามแม่โจน่าอยู่ และต่อไปการเข้าถึงอาจจะยากขึ้นเป็นเพราะการเติบโตของเขา
เมื่อถามว่า จะผลักดันสวนสัตว์อย่างไรให้กลายเป็นพลังวิเศษในการดึงดูดผู้คน น.สพ.กล่าววาา ประเด็นสำคัญคือต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย อย่างกรณีของหมูเด้ง เขาไม่ใช่แค่ฮิปโปแล้วเขามีแบรนด์ มีคาแรกเตอร์ของเขา ที่ผ่านมามีการจัดงาน หมูเด้งแฟร์ด้วยในห้างสรรพสินค้า ตรงนี้เราก็จะขยายความร่วมมือออกไป รวมไปถึงในต่างประเทศ อีกอย่างหนึ่งคือจะส่งเสริมให้หมูเด้งเข้าไปช่วยฮิปโปแคระในธรรมชาติ ซึ่งก็กำลังเจรจาอยู่ เป็นโปรเจ็กต์ที่เราจะให้คนช่วยกันอนุรักษ์ฮิปโปแคระที่เหลืออยู่ในธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งที่จะต่อยอดจากความดังของหมูเด้ง
ทั้งนี้ น.สพ.วันชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ในการผลักดันสวนสัตว์ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคน นอกจากเราแล้วนักท่องเที่ยวก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันกระแสที่เกิดขึ้น อยู่ที่พวกเราทุกคนที่ต้องส่งเสริมความเป็นไทยออกไป ช่วยกันส่งออกในมุมมองที่ดี อันไหนที่ไม่ดีก็ร่วมกันให้คำแนะนำ เราก็ยินดีและนำมาแก้ไขปรับปรุง

