ทีมพัฒนา ‘มะเร็งรักษาทุกที่’ ย้ำ รพ.ไม่ใช้ใบส่งตัว เว้นป่วยใหม่ต้องมีหนังสือยืนยันโรค ชง สปสช.ร่วมจ่ายบางกรณี-ใช้ยาใหม่-ตั้งกองทุน
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย ประธานคณะทำงานจัดทำข้อเสนอการจ่ายชดเชยค่าบริการสาธารณสุข กรณีการรักษาโรคมะเร็ง (Cancer Anywhere) ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะทำงานฯ ได้ประชุมร่วมกับผู้แทนโรงพยาบาลที่ร่วมให้บริการมะเร็งรักษาทุกที่ และจัดข้อเสนอในการจ่ายชดเชยค่าบริการสาธารณสุข กรณีการรักษาโรคมะเร็ง 3 ข้อ เพื่อเสนอต่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ผศ.นพ.สนั่น กล่าวว่า ข้อเสนอแรกที่ให้ดำเนินการโดยเร็วและ สปสช. ได้ทำไปแล้ว คือให้ส่วนกลางหรือ สปสซ. รับรับผิดชอบค่าใช้จ่ายผู้ป่วยมะเร็งรักษาทุกที่เช่นเดียวกับปี 2566 พร้อมปรับหลักเกณฑ์ที่มีอยู่ในประกาศของปี 2567 ในส่วนที่เป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ มาใช้ร่วมในประกาศของปี 2566 และให้ยกเลิกประกาศสำนักงานฯ กรณีบริการมะเร็งรักษาทุกที่ 2 ฉบับที่ออกในปี 2567 โดยให้ประกาศสำนักงานฯ กรณีบริการมะเร็งรักษาทุกที่ ที่ออกในปี 2566 มีผลบังคับใช้ต่อไป และมีผลต่อข้อมูลให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2568 ด้วย
ผศ.นพ.สนั่น กล่าวว่า ในส่วนข้อเสนอต่อมาคือ ข้อเสนอเพื่อการพัฒนาโดยให้ สปสช. รับไว้พิจารณา ได้แก่ พัฒนาระบบการส่งข้อมูลการทางแพทย์ที่เป็นเงื่อนไขการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลมะเร็งรักษาทุกที่ตามที่ สปสช. กำหนด โดยเฉพาะ “กรณีที่ผู้ป่วยต้องได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง” และต้องเป็นระบบส่งข้อมูลที่สามารถใช้งานได้ทุกหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยบริการประจำและหน่วยบริการรับส่งต่อ และเป็นระบบ Near Real Time เพื่อการใช้งานทดแทนกระดาษ แต่ในระหว่างที่ยังพัฒนาระบบเพื่อให้ใช้ได้ทั่วถึงอยู่นี้ก็ยังคงใช้กระดาษหรือสื่ออื่นๆ เพื่อส่งข้อมูลทางการแพทย์ที่จำเป็นตามเงื่อนไขนี้ ย้ำว่าไม่ใช่หนังสือรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล ทั้งนั้นี้เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขการเบิกจ่าย ร่วมกับพัฒนาระบบที่ทั้งสามารถส่งข้อมูลเพื่อส่งผู้ป่วยกลับสู่ระบบปกติเมื่อสิ้นสุดการรักษาได้
“และพัฒนาคุณภาพการให้บริการการดูแลผู้ป่วยมะเร็งโดยเพิ่มและหรือปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่ใช้รักษาผู้ป่วยให้ทันสมัย เป็นที่ยอมรับของราชวิทยาลัยหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง และพิจารณาร่วมกับแนวทางการรักษาของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ทั้งนี้ ขอให้นำแนวทางการรักษารวมถึงหลักเกณฑ์ที่เคยนำมาพิจารณาและยังไม่ดำเนินการมาพิจารณาด้วย พร้อมเสนอให้สามารถใช้ยามะเร็งใหม่ที่จำเป็นได้สำหรับผู้ป่วยในบางเงื่อนไขและบางรายการยา, ปรับอัตราเหมาจ่ายที่เหมาะสมกว่าปัจจุบันและเพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้รักษามะเร็ง”ผศ.นพ.สนั่น กล่าว
นอกจากนี้ ผศ.นพ.สนั่น กล่าวว่า อย่างไรก็ดี การดำเนินการตามข้อเสนอเหล่านี้ต้องคำนึงถึงบริบทของประเทศไทย ให้มีการกำหนดระยะเวลาที่หน่วยบริการรับส่งต่อใช้ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งรักษาทุกที่อย่างเหมาะสมเช่นการกำหนดระยะ Active treatment duration เมื่อพ้นระยะ Active treatment duration ให้โรงพยาบาลรับส่งต่อส่งผู้ป่วยกลับไปรักษาตามระบบปกติ
ผศ.นพ.สนั่น กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ คณะทำงานฯ ยังมีข้อเสนอเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งสอดคล้องกับ พ.ร.บ. ข้อบังคับ มติคณะกรรมการฯ ประกาศฯ และข้อกฎหมายอื่น ๆ เพิ่มเติม อาทิ กำหนดมาตรการลดจำนวนผู้ป่วยเข้ารับบริการ ณ หน่วยบริการใดหน่วยบริการหนึ่งที่มี การกระจุกตัวของผู้ป่วยจำนวนมาก จนเกินความสามารถของหน่วยบริการที่จะให้บริการได้ เช่น การกำหนดการเข้ารับบริการโดยให้อยู่ในพื้นนที่เขตสุขภาพ ร่วมกับการพัฒนาหน่วยบริการที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งให้มีศักยภาพด้านปริมาณ คุณภาพหรือความสามารถในการดูแลผู้ป่วยได้สูงขึ้นและมากขึ้น โดยเฉพาะหน่วยบริการภาครัฐ, การเพิ่มหน่วยบริการสำหรับดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งให้มีจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะจากภาคเอกชน
ประธานคณะทำงานฯ กล่าวว่า การเพิ่มการใช้ยามะเร็งนอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ที่ถือเป็นความจำเป็นทางการแพทย์ และกำหนดผู้รับผิดชอบค่ายานอกบัญชีฯนี้ให้กับหน่วยบริการรับส่งต่อ เพื่อป้องกันปัญหาค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าการชดเชยค่ารักษาพยาบาลที่หน่วยบริการรับส่งต่อได้รับ โดยอาจทำเฉพาะบางโรคหรือยาบางรายการที่เห็นพ้องต้องกันในผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้มีระบบร่วมจ่าย (Co-payment) ในรายการสิทธิประโยชน์ที่ไม่มีผู้รับผิดชอบหรือกรณีที่หน่วยบริการส่งต่อปฏิเสธการจ่ายค่าตรวจและรักษาให้กับหน่วยบริการรับส่งต่อ จนกว่าระบบการจ่ายของ สปสช. จะครอบคลุม รวมถึงให้มีการจัดตั้งกองทุนในการระดมเงินเพื่อนำมาชดเชยค่ารักษาพยาบาลด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ที่เป็นการเพิ่มการเข้าถึงบริการที่จำเป็นให้กับผู้ป่วย
“เป็นข้อสรุปที่ทางคณะทำงานฯ ได้หารือกับทางโรงพยาบาลที่ร่วมให้บริการมะเร็งรักษาทุกที่ ที่ได้ร่วมวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางในการแก้ไขร่วมกันและจัดทำข้อเสนอนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้าถึงการรักษา ส่วนในเรื่องใบส่งตัวขอย้ำว่า ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่าในกรณีมะเร็งรักษาทุกที่จะไม่ใช้ใบส่งตัวเป็นหนังสือแสดงความรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจากหน่วยบริการประจำ เนื่องจาก สปสช รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว แต่ในกรณีผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลรับส่งต่อครั้งแรกตามโครงการมะเร็งรักษาได้ทุกที่ จำเป็นต้องใช้ใบส่งตัวเพื่อยืนยันว่าผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคมะเร็งตามเงื่อนไขในการเข้ารับริการที่ สปสช. กำหนด ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอที่จะนำเสนอต่อ สปสช. ให้พิจารณา” ผศ.นพ.สนั่น กล่าว

