แฉทุนจีนรุกหนัก ซื้อช่วงที่ดินคทช. นับพันไร่ ฮึ่มเอาผิดชาวบ้านขายสิทธิทำกินต่อ

26.02.25 | 11:14 น.

แฉทุนจีนรุกหนัก ซื้อช่วงที่ดินคทช. นับพันไร่ ฮึ่มเอาผิดชาวบ้านขายสิทธิทำกินต่อ

กรณี กรรมาธิการฯได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านพื้นที่ อ.เขาตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด โดยเข้าไปปลูกทุเรียนพื้นที่ ประมาณ 600 ไร่ เบื้องต้น หน่วยป้องกันและรักษาป่าหนองคอก กรมป่าไม้ เข้าไปตรวจยึดและปิดป้ายประกาศแล้ว โดยเบื้องต้นพบว่ามีความผิดตามมาตรา 14 ยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด โดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 54 พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยพื้นที่ปลูกทุเรียนพบอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่ง และบางส่วนพบในที่ดินที่กรมป่าไม้ อนุญาตให้จังหวัดมาจัดนโยบายที่ดิน (คทช.) นั้น

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายพันธ์ศักดิ์ ธรรมรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ฉะเชิงเทรา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องนี้ กับ มติชนออนไลน์ ว่า ที่มาที่ไปของพื้นที่ การเข้าไปปลูกทุเรียนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัดนั้น พบว่ามีบริษัทที่ก่อตั้งโดยคนไทยบริษัทหนึ่ง เข้ามากว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านมาระยะหนึ่งแล้ว จำนวน 1,400 ไร่ เพื่อปลูกมะม่วงหิมพานต์ โดยการซื้อขายเป็นการบอกปากเปล่า อ้างเอกสาร ภบท.5 ที่ดินดังกล่าวนี้อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด โดยเมื่อได้ที่ดินมาแล้ว บริษัทเอาไปขายต่อให้กับบริษัทของจีนตามที่เป็นข่าว ซึ่งมีการปลูกทุเรียนทั้งหมด 450 ไร่ ที่เหลือให้ชาวบ้านทำกินต่อ โดยบริษัทจี ยังไม่กล้าไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ในทันที

นายพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า ในจำนวนที่ดิน 1,400 ไร่ มีทั้งที่ป่าสงวนแห่งชาติและที่ดินที่สำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) อยู่ระหว่างเตรียมการมอบให้กับชาวบ้านเพื่อเข้าไปทำกินอย่างถูกต้องตามนโยบายของรัฐ โดยก่อนมอบ ต้องมีการสำรวจรายชื่อ ความเหมาะสม ที่จะมอบให้ชาวบ้านเข้าไปทำกิน และต้องมีการเรียกชาวบ้านเหล่านั้นไปสัมภาษณ์ และแสดงตนก่อนที่จะมอบสมุดทำกินให้ ตามที่เป็นข่าวอยู่เสมอนั้น แต่ปรากฏว่ากรณีนี้ยังไม่มีตรวจสอบสิทธิและแสดงตนรวมทั้งสัมภาษณ์ใดๆ ที่ดินถูกขายแบบบอกปากเปล่า โดยอ้างว่ามีใบ ภบท.5 ซึ่งไม่ใช่เอกสารการครอบครองที่ดินแต่อย่างใด

Advertisement

“เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทาง ทสจ.ฉะเชิงเทรา ได้ไปรายงานเรื่องนี้กับทางคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานกรรมาธิการ ก็แสดงความกังวลว่า หากเป็นแบบนี้ต่อไปชาวบ้านที่ได้รับสิทธิทำกินของ คทช.จะทำแบบนี้ด้วย คือเอาที่ดินที่ได้รับมาจากรัฐไปขายแบบปากเปล่า จึงให้ทางกรมป่าไม้ไประดมความคิดว่าจะเอาความผิดกับชาวบ้านที่ทำอย่างนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับ ผู้ที่ได้รับสิทธิ คทช.รายอื่นๆ ต่อไปในอนาคต” นายพันธ์ศักดิ์กล่าว

เมื่อถามว่าจะมีการสืบหาตัวทางบริษัทคนจีนที่เข้ามารุกป่าผืนนี้อย่างไร นายพันธศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการเกี่ยวกับบริษัทนี้เอาไว้มากพอสมควรแล้ว เช่น มิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำ ทะเบียนรถของบริษัท ได้ส่งเรื่องนี้ให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ตนมั่นใจว่าเรื่องนี้จะต้องได้ตัวผู้ทำผิดมาให้เห็นเป็นเยี่ยงอย่างแน่นอน อีกประการที่สำคัญคือ คดีนี้สื่อมวลชน ดีเอสไอ ตำรวจป่าไม้ ป.ป.ช. ให้ความสำคัญและติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง

เมื่อถามว่า มีการปลูกทุเรียนมาอย่างน้อย 2 ปี ทำไมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่ทราบ นายพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า หัวหน้าคนใหม่ที่มารับหน้าที่นี้ย้ายมารับตำแหน่งเมื่อปี 2566 มาเห็นลักษณะการปลูกทุเรียน 450 ไร่แล้ว เห็นความไม่ชอบมาพากล จึงสั่งระงับปลูกทันที  ก่อนที่จะมีการปลูกเพิ่ม แล้วมีการสืบทางลับ ถึงเรื่องนอมินี ถึงบริษัทที่เข้ามาปลูก แต่หลักฐานต่างๆ ยังไม่ชัดเจน แต่หลักฐานทั้งหมดถูกรวบรวมให้พนักงานสอบสวนหมดแล้ว