‘สมศักดิ์’ มอบทีมกรมอนามัยจัดส่ง ‘มุ้งสู้ฝุ่น’ ช่วยสูงวัย-ป่วยติดเตียง

26.02.25 | 17:34 น.

‘สมศักดิ์’ มอบทีมกรมอนามัยจัดส่ง ‘มุ้งสู้ฝุ่น’ ช่วยสูงวัย-ป่วยติดเตียง

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2568) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มอบหมาย
กรมอนามัยลงพื้นที่เยี่ยมผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการพร้อมมอบมุ้งสู้ฝุ่น ณ ชุมชนแม่ทองก้อน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการ สธ. ได้รับจดหมายจากประชาชนพื้นที่ชุมชนแม่ทองก้อน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ขอความอนุเคราะห์โครงการมุ้งสู่ฝุ่น เนื่องจากครอบครัวมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ทีมงานกรมอนามัยจึงได้ลงพื้นที่เพื่อดูแลประชาชน พร้อมทั้งมอบมุ้งสู้ฝุ่นให้แก่ครอบครัวผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ทั้งหมด 9 หลัง เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5 ที่ผ่านมา สธ.ได้มีมาตรการและมีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานของสาธารณสุขเร่งสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน แจ้งเตือนประชาชน ลดและป้องกันผลกระทบกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยงจาก PM 2.5 รวมทั้งการจัดทำห้องปลอดฝุ่น ซึ่งประชาชนสามารถทำเองได้ที่บ้าน แต่ยังมีกลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มที่ไม่สามารถทำห้องปลอดฝุ่นได้ “มุ้งสู้ฝุ่น” จึงถือเป็นทางเลือกในการช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5

Advertisement

“ทั้งนี้ จากสถานการณ์ PM2.5 ที่มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน การดูแลกลุ่มเสี่ยงก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้ป่วย 5 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคผิวหนัง โรคเยื่อบุตา โรคหอบหืด และโรคมะเร็งปอด หากได้รับสัมผัสฝุ่น PM2.5 ในปริมาณมากและต่อเนื่อง จะทำให้อาการเจ็บป่วยรุนแรงได้ ซึ่งในปี 2567 มีข้อมูลผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กว่า 1,277,386 ราย และเป็นผู้สูงอายุติดเตียง กว่า 98,213 ราย ทั่วประเทศ ซึ่งประชาชนกลุ่มดังกล่าว หากที่อยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง และอาจไม่สามารถทำระบบปิดหรือห้องปลอดฝุ่นได้ กรมอนามัย จึงได้วางแนวทาง มาตรการต่างๆ เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน พร้อมทั้ง เสนอโครงการมุ้งสู้ฝุ่นแก่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข และคณะกรรมการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดูแลประชาชนในภาพรวมอีกด้วย” พญ.อัมพร กล่าว

นพ.ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า มุ้งสู้ฝุ่นถือเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาและวิจัย โดย ผศ.ภาสกร แช่มประเสริฐ และคณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เป็นการประยุกต์ใช้หลักการทำห้องปลอดฝุ่น คือ “กันฝุ่น กรองฝุ่น และดันฝุ่น” มีการนำไปใช้ในบ้านเรือนที่ไม่สามารถปิดช่องว่าง หรือปิดหน้าต่างให้สนิท โดยเฉพาะผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง อุปกรณ์ในการจัดทำมุ้งสู้ฝุ่น ประกอบด้วย 1.มุ้งผ้าฝ้าย โดยใช้มุ้งผ้าฝ้ายเป็นการสร้างพื้นที่ปิดสำหรับสร้างพื้นที่สะอาด และ 2.เครื่องฟอกอากาศ หรือเครื่องฟอกอากาศ DIY ทำหน้าที่กรองฝุ่นจากภายนอกเข้ามาในมุ้งและดันฝุ่นและอากาศที่ไม่สะอาดออกจากมุ้ง ตามหลักการแรงดันบวก ทำให้พื้นที่ในมุ้งมีฝุ่นที่น้อยกว่าภายนอก

“กรมอนามัยยังคงแนะนำให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ดูแลและป้องกันสุขภาพ โดยติดตามสถานการณ์ PM2.5 ก่อนออกจากบ้าน จากแอพพลิเคชัน Air4Thai หรือ Life Dee หรือประกาศแจ้งเตือนจากสื่อต่างๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หายใจมีเสียงวี้ด ให้รีบพาไปพบแพทย์ สามารถประเมินอาการเบื้องต้นจากการรับสัมผัสฝุ่นละอองเพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพได้ที่ 4health PM2.5 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมอนามัย 1478” นพ.ธิติ กล่าว