กรมขนส่งฯ ตรวจสอบสาเหตุรถบัสโดยสารพลิกคว่ำ พบคนขับใช้ความเร็วไม่เหมาะกับเส้นทางลงเขาที่เป็นทางโค้ง
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดปราจีนบุรี นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมประชุมสรุปสาเหตุการอุบัติเหตุกรณีรถบัสโดยสารคณะดูงานของเทศบาลตำบลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ โดยมี นายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมเจ้าหน้าที่สํานักวิศวกรรมยานยนต์ สำนักสวัสดิภาพ การขนส่งทางบก กองตรวจการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก เข้าร่วม
นายจิรุตม์เปิดเผยว่า ภายหลังลงพื้นตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบผู้ขับรถไม่ชำนาญเส้นทางและการใช้ความเร็วไม่เหมาะสม ทั้งนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แสดงความความห่วงใยต่อผู้ประสบเหตุ จึงมอบหมายผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกเดินทางเข้าเยี่ยม และให้กำลังใจผู้บาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลกบินทร์บุรี

นายจิรุตม์เปิดเผยว่า จากกรณีอุบัติเหตุรถบัสโดยสารคณะดูงานของเทศบาลตำบลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ประสบอุบัติเหตุเสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทาง บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 บริเวณตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเหตุให้มีผู้โดยสารบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต
เบื้องต้น ในนามของกรมการขนส่งทางบก ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้เร่งดำเนินการตามข้อสั่งการของนายสุรพงษ์ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสรุปผลการสอบสวนเหตุการณ์อย่างเร่งด่วน เพื่อนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ประกอบการขนส่งหรือผู้ประจำรถ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในลักษณะดังกล่าวซ้ำ
นายจิรุตม์กล่าวว่า ภายหลังจากทีมสอบสวนอุบัติเหตุลงพื้นที่และตรวจสอบจากระบบ ระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก หรือ GPS พบว่า รถโดยสารไม่ประจำทางสองชั้น หมายเลขทะเบียน 30-0040 บึงกาฬ ขับรถมาด้วยความเร็ว 85 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งขวา เป็นทางชันลงเขาต่อเนื่อง ทำให้รถเสียหลักเฉี่ยวชนกับแผงกั้นแบ่งช่องทางจราจรด้านซ้าย (แบริเออร์) และพลิกคว่ำ โดยไม่พบร่องรอยการเบรก เป็นเหตุให้มีทรัพย์สินเสียหาย มีผู้บาดเจ็บ จำนวน 31 ราย และเสียชีวิตจำนวน 18 ราย
โดยจากวิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้น เกิดจากผู้ขับรถใช้ความเร็วไม่เหมาะสมกับเส้นทางลงเขา ที่เป็นทางโค้งต่อเนื่อง เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

นายจิรุตม์กล่าวว่า ตนได้กำชับให้สำนักงานขนส่งจังหวัดปราจีนบุรี เร่งให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบเหตุทั้งในด้านการรักษาพยาบาลและการเยียวยาจากประกันภัย รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนา หลังจากออกโรงพยาบาลแล้ว พร้อมเน้นย้ำให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด หากพบว่าฝ่าฝืนหรือกระทำผิดให้พิจารณาดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก (สนภ.) กรมการขนส่งทางบก ได้ให้ความรู้ไว้เกี่ยวกับเทคนิคการขับรถขึ้นลงเขาอย่างปลอดภัย ความตอนหนึ่งว่า “ลงเขา แตะเบรกเป็นระยะ อย่าเหยียบเบรกค้างไว้ เพราะจะทำให้ผ้าเบรกไหม้ และควรรักษาระดับความเร็วระหว่างลงเขาให้อยู่ที่ 40-50 กิโลเมตร/ชั่วโมง”



