สสรท.จี้ สปส. ตั้ง ‘รพ.ประกันสังคม-ธนาคารแรงงาน’ ชี้ใช้งบกองทุนไม่เหมาะสม เปิดช่องทุจริต
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ คณะสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) นำโดย นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สสรท. นำสมาชิกองค์กรจำนวนกว่า 100 คน รวมตัวเข้าพบ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เพื่อติดตามข้อเรียกร้องเกี่ยวกับเรื่องประกันสังคม หลังจากที่ยังไม่มีความคืบหน้า โดยมี น.ส.บุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นตัวแทนรับเรื่อง ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกระทรวงแรงงาน

นายสาวิทย์ กล่าวว่า วันนี้มาติดตามข้อเรียกร้องของประกันสังคม ที่ได้ดำเนินการไปในช่วงเวลาที่ผ่านมาว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง 1.ติดตามข้อเสนอให้จัดตั้งโรงพยาบาล (รพ.) ประกันสังคม เนื่องจากมีผู้ประกันตนได้รับความเดือดร้อน ยาที่ได้รับไม่มีมาตรฐาน จึงอยากให้มี รพ. สำหรับผู้ประกันตนเอง

“กองทุนประกันสังคมมีจำนวน 2.6 ล้านล้านบาท น่าจะทำเองได้บ้าง แต่ในสมัย นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ เรียบร้อย และเห็นพ้องต้องกันว่ามีความเป็นไปได้ ซึ่งอาจจะทำได้โดยการเข้าซื้อหุ้นของ รพ. และเข้าไปบริหารหรือใช้นโยบายสำหรับผู้ประกันตน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังคงค้างอยู่ ไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน” นายสาวิทย์ กล่าวและว่า 2.ติดตามข้อเรียกร้องให้มีธนาคารแรงงานสำหรับผู้ประกันตน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนออกมา จึงต้องการให้ตั้งสถาบันทางการเงินเพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น และไม่เสียผลประโยชน์ให้ธนาคารพาณิชย์

นายสาวิทย์ กล่าวว่า 3.ติดตามข้อเสนอให้แก้ไขกฎกระทรวง เรื่องอัตราการจ่ายเงินสมทบของรัฐบาลในปัจจุบันที่จ่ายสัดส่วนน้อยกว่านายจ้าง-ลูกจ้าง คือ ร้อยละ 2.75 ขณะที่ ลูกจ้างสมทบร้อยละ 5 ของค่าจ้าง และนายจ้างสมทบ ร้อยละ 5 ของค่าจ้าง รวมถึงกองทุนบำนาญชราภาพ ที่รัฐบาลจ่ายเงินสมทบเพียงร้อยละ 1 แต่นายจ้างและลูกจ้างจ่ายฝ่ายละร้อยละ 3 ของค่าจ้าง จึงอยากแก้ไขให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมให้จ่ายเท่ากันทั้ง 3 ฝ่าย หรือรัฐบาลจ่ายมากกว่า เพื่อให้รัฐบาลได้ดูแลประชาชนมากยิ่งขึ้น และสร้างเม็ดเงินเข้าสู่กองทุนประกันสังคม 4.ติดตามกรณีรัฐบาลค้างส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเป็นเงินประมาณ 58,000 ล้านบาท ใช้เวลาทยอยจ่ายให้ปีละราว 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าภายในปี 2574 จะสามารถชำระหนี้ทั้งหมดได้ โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ยื่นข้อเสนอไปแล้ว แต่ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะจ่ายได้มากน้อยแค่ไหน
ประธาน สสรท. กล่าวว่า 5.ความไม่เหมาะสมการใช้งบประมาณประกันสังคมในการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ แต่ทาง สปส. ก็ได้ชี้แจงแล้วว่า จะกระจายเงินให้กับทุกกลุ่ม อยากจะให้นำเงินไปใส่ไว้ส่วนอื่นที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนได้ แม้กระทั่งการพิมพ์ปฏิทินที่ปัจจุบันคนจะหันมาใช้ระบบออนไลน์มากขึ้น ทำให้เกิดช่องว่างปัญหาการทุจริต
“ผลการหารือในวันนี้ยังไม่เป็นที่พอใจ เราต้องการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน เราเข้าใจเนื่องจากการหารือในวันนี้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ทำได้แค่นี้ แต่นโยบายข้างบนไม่ได้สั่งลงมา จากที่ฟังในการประชุมวันนี้เรื่อง รพ.ประกันสังคม เรื่องธนาคารประกันสังคม ก็ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะฉะนั้น คิดว่าจะต้องมาขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอีกครั้งหนึ่ง หลังจากวันที่ 8 มีนาคม 2568 เพื่อที่จะเร่งรัดในเรื่องนี้ให้ดำเนินการ เราอยากทราบความชัดเจนเป็นลำดับขั้นตอน และหลังจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะต้องให้นโยบายเข้มข้นได้อย่างไร และการที่ใช้เงินกองทุนฯที่ผิดวัตถุประสงค์ ก็อย่าไปใช้” นายสาวิทย์ กล่าว
ด้าน น.ส. บุปผา กล่าวว่า กระทรวงแรงงานพร้อมรับหลักการดังกล่าว เพื่อประโยชน์ต่อผู้ประกันตน เชื่อว่าจะมีการดำเนินการปรับปรุงและแก้ไขให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น

