หมอสุภัทร แนะประกันสังคมปรับตัว ให้สิทธิการรักษาเท่าบัตรทอง ยึดประโยชน์ปชช.เป็นหลัก

2.03.25 | 16:09 น.

หมอสุภัทร แนะประกันสังคมปรับตัว ให้สิทธิการรักษาเท่าบัตรทอง ยึดประโยชน์ปชช.เป็นหลัก เชื่อรพ.พร้อมดูแลรักษาทุกสิทธิอยู่แล้ว

จากกรณีมีข้อเสนอให้โอนการรักษาพยาบาลผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมไปให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดูแล ซึ่งสามารถทำได้ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ที่ให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) หารือร่วมกับคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ให้ความเห็นเรื่องดังกล่าวว่า โดยหลักการแล้วสิ่งที่ควรจะเป็นคือ ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ควรได้สิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลและการดูแลสุขภาพไม่น้อยกว่าบัตรทอง คือหัวใจ จะทำอย่างไรก็ได้ ไม่ว่าประกันสังคมจะดำเนินการเอง หรือจะให้ สปสช.เป็นผู้ดูแลสุขภาพของผู้ประกันตนให้ เพื่อให้ไปถึงสิทธิประโยชน์ระหว่างผู้ประกันตนกับผู้ถือบัตรทองเท่าเทียมกัน การที่โรงพยาบาลจะเห็นด้วยหรือไม่เป็นประเด็นรอง ได้ทั้งนั้นเพื่อไปถึงเป้าหมาย ประกันสังคมจะดูแลต่อก็ได้ไม่มีปัญหา ให้เอาประชาชน เอาผู้ประกันตนเป็นศูนย์กลางของการได้รับประโยชน์ ไม่ใช่โรงพยาบาลเป็นศูนย์กลางของการรับประโยชน์

นพ.สุภัทรกล่าวว่า แต่ก็เข้าใจได้ว่าเงินส่วนหนึ่งที่ผู้ประกันตนจ่ายสมทบไปนั้นเป็นเงินสำหรับประกันสังคม ไม่ใช่ประกันสุขภาพอย่างเดียว อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง สิ่งที่ควรจะเป็นก็คือ อยากให้สำนักงานประกันสังคมทำเรื่องการประกันสังคมของคนไทยทั้งชาติ แล้วภารกิจการประกันสุขภาพ ถ้ามันหนักเกินไปก็ให้เป็นภารกิจของ สปสช.ก็ได้ ประกันสังคมควรทำให้กลุ่มผู้ใช้บัตรทองด้วย คนไทยทั้งประเทศด้วย เมื่ออายุเกิน 60 จะได้มีบำนาญ เมื่อออกจากงาน ที่เป็นฟรีแลนซ์สามารถได้รับเงินชดเชยประกันการว่างงาน หรือเมื่อมีบุตรสามารถรับการชดเชยเลี้ยงดูบุตร ซึ่งสิ่งเหล่านี้บัตรทองไม่มี เหล่านั้นเป็นเรื่องประกันสังคม ซึ่งควรได้มากกว่าผู้ประกันตน ภารกิจเรื่องดูแลสุขภาพก็ให้ สปสช.ดูแล ซึ่งเขาทำได้ดีมาก และเชื่อว่าเขาจะทำได้ดีด้วย

โดยปัจจุบัน สปสช.ดูแลสุขภาพบัตรทองอยู่แล้ว 47 ล้านคน จะมีกลุ่มประกันสังคมอีก 10 ล้านคน ไม่น่าจะมีปัญหา เช่นเดียวกันเม็ดเงินที่ สปสช.ดูแลอยู่ก็ไม่น่าจะเป็นภาระที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มสุขภาพบัตรทองนั้นเป็นกลุ่มผู้สูงอายุและเด็กซึ่งป่วยมากกว่ากลุ่มคนทำงานที่ประกันสังคมดูแล จึงมองว่าเรื่องเงินในการดูแลสุขภาพ ถ้าให้ สปสช.ดูแลก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่ทั้งนี้ก็คงเป็นเรื่องที่ทางประกันสังคมกับ สปสช.จะพูดคุย ออกแบบการดูแลกัน

Advertisement

นพ.สุภัทรกล่าวว่า ทั้งนี้ในส่วนของโรงพยาบาลนั้นพร้อมดูแลผู้ป่วยทุกสิทธิอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญ ผู้ประกันตนในประกันสังคม กับกลุ่มผู้ถือบัตรทอง ควรมีสิทธิประโยชน์เท่ากัน แต่ใครหน่วยงานใดจะดูแลเราไม่ว่ากัน ก็ยินดีหมด ขอให้สิทธิประโยชน์ของประชาชนเท่ากัน

ข้อแตกต่างสิทธิประโยชน์ที่ต่างกันยกตัวอย่าง เช่น ทันตกรรมประกันสังคมเบิกได้ 900 บาท สปสช.เบิกได้ไม่จำกัด เรื่องของการคลอด ประกันสังคมเบิกได้ 12,000  บาท หรือ 15,000 บาท สปสช.แล้วแต่เหตุ อาการเจ็บป่วยรุนแรง มะเร็ง สปสช.ไปได้ทุกที่ แต่ประกันสังคมต้องไปโรงพยาบาลที่ผู้ประกันตนทำไว้เท่านั้น หรือไม่ก็ต้องส่งต่อ ถ้าโรงพยาบาลนั้นไม่ส่งต่อก็ต้องรักษาที่โรงพยาบาลนั้น โดยโรงพยาบาลนั้นจะมีสิทธิประโยชน์ใดก็ไม่แตกต่างกัน แต่ถ้ามองในมุมประชาชนที่ได้ประโยชน์สูงสุด ก็คาดหวังให้ประกันสังคมปรับตัวเพื่อให้สิทธิประโยชน์ดีขึ้น อย่างน้อยใกล้เคียงกัน หรือเท่าๆ กับบัตรทอง