บอร์ด สปสช. หนุนศึกษา ‘ยาอิมิชิซูแมบ’ เพิ่มประสิทธิผลป้องกันเลือดออกในผู้ป่วยฮีโมฟีเลียเอ

3.03.25 | 17:59 น.

บอร์ด สปสช. หนุนศึกษา ‘ยาอิมิชิซูแมบ’ เพิ่มประสิทธิผลป้องกันเลือดออกในผู้ป่วยฮีโมฟีเลียเอ

วันนี้ (3 มีนาคม 2568) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ ข้อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับยาป้องกันอาการเลือดออกในผู้ป่วยฮีโมฟีเลียเอ (Hemophilia A) จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี และมติคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวมีที่มาจากคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ขอให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุนงบประมาณค่ายาใน “โครงการยาอิมิซิซูแมบ (emicizumab) ในการป้องกันอาการเลือดออกในผู้ป่วยฮีโมฟีเลีย เอ ที่ไม่มีและมีสารต้าน” เป็นจำนวน 122 ล้านบาท เพื่อประกอบการเสนอให้เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ “บัญชีพิเศษ รายการยาสำหรับโครงการพิเศษของหน่วยงานของรัฐ (restricted list 1; R1)” โดยคาดว่า ยาดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ป่วยฮีโมฟีเลียเอมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการลดอาการเลือดออกรุนแรงที่ต้องมาโรงพยาบาล ขณะเดียวกัน ยังส่งผลให้งบค่ารักษาผู้ป่วยฮีโมฟีเลียเอในภาพรวมลดลงจากการใช้ยานี้ร่วมกับยาแฟคเตอร์ 8 (factor VIII)

Advertisement

ประธานบอร์ด สปสช. กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอที่บอร์ด สปสช. เห็นชอบนี้จะให้การดูแลที่ครอบคลุมผู้ป่วยฮีโมฟีเลียเอสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดยทุกรายที่จะใช้ยานี้ต้องได้รับการอนุมัติจากเครือข่ายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโลหิตวิทยาก่อน ซึ่งปีแรกกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ป่วยที่อายุไม่เกิน 10 ปี จำนวน 100 คน และผู้ป่วยที่มีสารต้านในระดับสูง จำนวน 30 คน วงเงินงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาท และในปีที่ 2 เป็นผู้ป่วยอายุไม่เกิน 20 ปี จำนวน 150-200 คน และผู้ป่วยที่มีสารต้านในระดับสูง จำนวน 30 คน วงเงินงบประมาณ จำนวน 92 ล้านบาท

“ข้อเสนอนี้ เป็นการอนุมัติตามโครงการศึกษาวิจัยฯ ดำเนินการโดย รพ.รามาธิบดี หากอิมิซิซูแมบมีประสิทธิผลจะช่วยลดค่ารักษาอาการเลือดออกในกลุ่มเด็กเล็กได้ถึง 160,000 บาทต่อคนต่อปี และในกลุ่มเด็กโตหรือผู้ใหญ่จะลดค่ารักษาราว 20,000 บาทต่อคนต่อปี โดยคาดว่า ในปีแรกจะช่วยลดงบประมาณได้ราว 17 ล้านบาท เรียกว่าส่งผลที่ดีต่อผู้ป่วยและงบประมาณกองทุนบัตรทอง” นายสมศักดิ์ กล่าว

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า โรคฮีโมฟีเลียเอ เป็นโรคเลือดออกง่ายหยุดยากที่เกิดจากการขาดปัจจัยการแข็งตัวของเลือดชนิด 8 และมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมผ่านยีนด้อยในโครโมโซมเอ็กซ์ (X-linked recessive) ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเลือดออกง่ายแล้วหยุดยาก และมักเริ่มมีอาการหลังจากที่เด็กสามารถเคลื่อนไหวด้วยตัวเองได้ช่วงอายุ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรอยช้ำขนาดใหญ่หรือเป็นก้อนนูนที่เกิดขึ้นจากการกระทบกระแทกเล็กน้อย ในบางรายอาจพบเลือดออกในกล้ามเนื้อ ในข้อ หรือในโพรงกระดูก สมอง เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โดยยาอิมิซิซูแมบเป็นยาที่มีประสิทธิผลในการป้องกันภาวะเลือดออกในผู้ป่วยฮีโมฟีเลียเอ ที่ไม่มีและมีสารต้าน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้น

“สำหรับข้อเสนอโครงการยาอิมิซิซูแมบ ก่อนนำเสนอต่อบอร์ด สปสช. วันนี้ ที่ผ่านมา ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาโดยคณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตการให้บริการสาธารณสุข คณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุน และคณะอนุกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์แล้ว โดยหลังจากนี้ สปสช. ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี จะส่งโครงการดังกล่าวให้คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติพิจารณาอนุมัติโครงการต่อไป จึงจะสามารถดำเนินการจัดหายาได้” นพ.จเด็จ กล่าว