สธ.เผยแนวโน้มฝุ่น PM 2.5 ดีขึ้น แต่ยังคงติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ปี 2568 ครั้งที่ 9/2568 เพื่อติดตามสถานการณ์และการดำเนินงานตามมาตรการของ สธ. โดยในวันนี้ (3 มีนาคม) มีจังหวัดที่มีฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน 13 จังหวัด อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 12 จังหวัด และระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ 1 จังหวัด คือ อุบลราชธานี ซึ่งจากการคาดการณ์ในรอบ 7 วันข้างหน้า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นจะอยู่ในระดับปานกลาง (สีเหลือง) ส่วนภาคอื่นๆ อยู่ในระดับดี (สีเขียว) อย่างไรก็ตาม ยังคงให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปรับเปลี่ยนมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการดูแลสุขภาพประชาชนได้อย่างเหมาะสม

นพ.วีรวุฒิกล่าวว่า สำหรับการดูแลประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ในภาพรวมได้จัดทำห้องปลอดฝุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 16,877 ห้อง ใน 72 จังหวัด รองรับประชาชนได้กว่า 1.9 ล้านราย มีประชาชนใช้บริการแล้ว 313,226 ราย สนับสนุนมุ้งสู้ฝุ่น 1,363 ชุด ครอบคลุม 38 จังหวัด สนับสนุนหน้ากากอนามัยและหน้ากาก N95 ให้แก่หน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่รวม 2.8 ล้านชิ้น และจัดทีมปฏิบัติการดูแลเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงทั้งผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้มีโรคระบบทางเดินหายใจ ผู้มีโรคหัวใจ และหญิงตั้งครรภ์ รวมกว่า 2.6 ล้านราย ส่วนการคัดกรองสุขภาพเชิงรุกผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ใน 42 จังหวัด รวม 123,598 ราย พบผู้ป่วยมีอาการใน 4 กลุ่มโรค 10,804 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.74 มากสุดเป็นกลุ่มโรคทางเดินหายใจ รองลงมา คือ ตาอักเสบ ผิวหนังอักเสบ และกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด
“แม้สถานการณ์จะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ได้กำชับให้ทั้งหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคติดตามสถานการณ์และสื่อสารความเสี่ยงเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพ รวมถึงดำเนินการแจกหน้ากากอนามัย/N95 ตามระดับความรุนแรงของค่าฝุ่น PM2.5 ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งประเมินจำนวนหน้ากากอนามัยคงคลังเพื่อสำรองใช้ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2568 และหากไม่เพียงพอให้ประสานขอรับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่” นพ.วีรวุฒิกล่าว

