พิพัฒน์ จับมือรมว. แรงงานอิสราเอล ขยายโควต้าแรงงานไทยภาคเกษตร-ก่อสร้างกว่า 2 หมื่นคน เตรียมเปิดเพิ่มภาคโรงแรม-บริบาล ค่าตอบแทนสูง สวัสดิการดี
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ต้อนรับ นายโยอาฟ เบน ซูร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอิสราเอล นางออร์นา ซากิฟ (Ms. Orna Sagiv) เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย พร้อมหารือขยายโควต้าแรงงานไทยสู่ตลาดอิสราเอล เพิ่มทั้งภาคเกษตร ก่อสร้าง โรงแรม และงานบริบาล โดยมี นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขอบคุณรัฐบาลอิสราเอลที่ช่วยเหลือตัวประกันไทย 5 คน ให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย และขอให้ช่วยเร่งปล่อยแรงงานไทยที่เหลือ พร้อมติดตามร่างแรงงานไทยที่เสียชีวิตกลับประเทศ

นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า ประเทศไทยและอิสราเอล เห็นพ้องในการเพิ่มโควต้าแรงงาน-ภาคเกษตร 13,000 คน (รัฐต่อรัฐ G2G), ภาคก่อสร้าง 8,500 คน (เอกชน B2B) และเตรียมเปิดรับแรงงานในภาคบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และงานบริบาล โดยเร่งรัดกระบวนการส่งแรงงานไทยไปทำงาน ซึ่งกระทรวงแรงงานไทย พร้อมคัดเลือกแรงงานให้ตรงความต้องการของอิสราเอล โดยขอให้ PIBA เร่งออกวีซ่าแรงงานไทยที่รอเดินทางไปทำงาน โดยเฉพาะสายอาชีพบริการที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ

“แรงงานไทยมีศักยภาพและได้รับการยอมรับจากนายจ้างอิสราเอล เราพร้อมสนับสนุนและขยายโอกาสให้แรงงานไทยได้เข้าถึงงานที่มีรายได้สูงและสวัสดิการที่ดี ติดตามรายละเอียดการสมัครได้ที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน” นายพิพัฒน์กล่าว

ด้านนายโยอาฟ เบน ซูร์ (Mr. Yoav Ben Tzur) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแห่งรัฐอิสราเอล กล่าวว่า ทางอิสราเอลมีความมั่นใจแรงงานไทย พร้อมรับเพิ่ม โดยนายจ้างอิสราเอลต้องการแรงงานไทยเพิ่มขึ้น เพราะขยัน อดทน และมีฝีมือ อีกทั้งทางรัฐบาลอิสราเอลขอรับรองว่าแรงงานไทยมีความปลอดภัย และได้รับสิทธิประโยชน์ครบตามกฎหมาย ที่สำคัญพร้อมเร่งพิจารณาลงนาม MOU ด้านแรงงานให้เร็วที่สุด

