เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลฝข่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 3/2568 ถึงกรณีการบริการกองทุนสุขภาพของไทย โดยเฉพาะระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่าจะสามารถเดินหน้าต่อไปอย่างไร ว่า ระบบการบริหารของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สมมติว่ามีเงินอยู่ 1 ก้อน ในส่วนที่เป็นงบประมาณปลายปิด อย่างเช่นกรณีคลินิกชุมชนอบอุ่นที่เป็นงบปลายปิด หากมีกรเจ็บป่วย 1 แสนครั้ง จะได้ค่าบริการครั้งละ 500 บาท แล้วถ้ามีการเจ็บป่วย 2 แสนครั้ง ก็จะเหลือค่าบริการครั้งละ 250 บาท นี่เป็นงบปลายปิด ดังนั้น ถ้ามีเคสเกิดขึ้นมาก ก็เป็นหน้าที่ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ต้องหารือ หาเงินเติมเข้าไป โดยอาจต้องเสนอเข้าสู่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) เพื่อหาแนวทางแก้ไข แต่อย่างที่ตนได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาต้นทุนค่ารักษาพยาบาล ที่มี นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานฯ มีการประชุมครั้งที่ 2 แล้ว เพื่อดูต้นทุนของแต่ละโรคที่เราต้องติดตาม ทำควบคู่กันไปกับการทำงานของ สปสช. แล้วนำข้อมูลมาเทียบกัน นอกจากนั้น ผู้ที่จะแสดงความคิดเห็นก็สามารถผ่านคณะกรรมการชุดนี้ได้
เมื่อถามถึงกรณีที่คลินิกชุมชนอบอุ่นเสนอให้แยกงบประมาณของคลินิกฯ ออกมาจากงบของโรงพยาบาล นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ถ้าจะเสนอโดยตรงก็ไปที่ สปสช. แต่ก็เอามาให้คณะกรรมการชุดนี้ก็ได้
ถามย้ำถึงการทำงานของคณะกรรมการชุดดังกล่าวว่า จะเป็นการทบทวนพิจารณาต้นทุนใหม่ใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการศึกษาเพื่อให้ทราบข้อมูลต้นทุนที่ดำเนินการตรงนี้ เพื่อให้เปรียบเทียบ เช่น เรื่องมะเร็งที่ต้องส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย หรือกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UhosNet) ซึ่งยาที่ใช้เป็นตัวใหม่มีราคาสูง ก็อาจต้องพิจารณาว่า ยังไม่ควรใช้ เพราะราคาสูง แต่บางท่านบอกมีความจำเป็น ดังนั้น ก็ต้องมาคุยกันว่า จำเป็นอย่างไร ซึ่งก็จะทำให้ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้เปิดเผยต่อสาธารณะรับรู้ ซึ่งเรื่องนี้จะไม่ทำโดยลำพัง
เมื่อถามข้อเสนอให้มีการร่วมจ่าย ที่อาจมีส่วนช่วยระบบสาธารณสุข นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลไม่มีคำว่าร่วมจ่าย แต่จะใช้อย่างฟุ่มเฟือยหรือไม่ ซึ่งตอบไม่ได้ แต่จะให้สาธารณะช่วยกันพิจารณา
เมื่อถามว่าผู้ป่วยพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้รับผลกระทบมาก ประสาน 1330 ยังไม่สามารถช่วยได้ เพราะสุดท้ายยังต้องการใบส่งตัว และคลินิกบางที่ไม่ส่งระบุว่าไม่มีเงินเพียงพอ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้สปสช.จะเข้าไปดูแล อย่างผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบ ในการประชุมผู้บริหารครั้งนี้มีผู้แทนสปสช.เข้าร่วม ซึ่งก็จะรับเรื่องนี้ไป
เมื่อถามว่าเพราะปัญหาบัตรทองยังมี ทำให้มีบางส่วนว่ายังไม่ควรรวม 3 กองทุนสุขภาพ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องรวมกองทุนสุขภาพ ตนไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจ เป็นเรื่องของกฎหมาย อย่างกองทุนบัตรทอง ออกมาทีหลัง แต่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันสุขภาพฯ มีมาตราหนึ่งระบุว่า เมื่อตั้งกองทุนให้สามารถหารือระหว่างกองทุน หากผลเป็นอย่างไรก็สรุปครม.
ถามถึงความคืบหน้าการพัฒนารพ.ในสังกัดสธ.มีศักยภาพด้านมะเร็ง เพื่อรองรับ CA anywhere นายสมศักดิ์ การพัฒนาตรงนี้ทำในวันเดียวไม่ได้ แต่เมื่อวานตนได้พูดคุยกับทางอธิบดีกรมการแพทย์ ถึงเครื่องมือที่ทันสมัย แต่ปัญหาคือ เครื่องมือเหล่านี้ซื้อเร็วก็แพง อีกไม่กี่ปีก็ราคาลง ก็ต้องดูหลายปัจจัย แต่ไม่ซื้อก็ไม่ได้ ต้องดูความจำเป็น
“ต้องดูว่าเรามีความร่ำรวยพอในการลงทุนหรือไม่ แต่ไม่ใช่ไม่ทำอะไร เรื่องการลงทุนเราต้องดำเนินการ เราต้องแก้ปัญหา ปล่อยไว้ไม่ได้ การแก้ปัญหาจะทำแบบพลิกฝ่ามือคงไม่ได้ ต้องมีเวลา” นายสมศักดิ์ กล่าว

