สธ.หนุนใช้ ‘สมุนไพร’ รักษา ทำคู่มือจ่ายยาตามมาตรฐานแพทย์แผนไทย-ตะวันตก

9.03.25 | 13:53 น.

สธ.หนุนใช้ ‘สมุนไพร’ รักษา ทำคู่มือจ่ายยาตามมาตรฐานแพทย์แผนไทย-ตะวันตก

วันนี้ (9 มีนาคม 2568) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กรมการแพทย์ร่วมขับเคลื่อนนโยบายของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. ในการผลักดันและส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรไทยในระบบบริการสุขภาพ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และบริการสุขภาพระดับโลก โดยให้มีการบูรณาการการแพทย์แผนไทยร่วมกับการแพทย์แผนตะวันตก ให้กรมการแพทย์ดำเนินการร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้มีการใช้ยาสมุนไพรไทยในระบบบริการสุขภาพเพิ่มมากขึ้น และสนับสนุนให้มีการใช้ยาสมุนไพรที่มีอยู่ในบัญชียาหลัก รวมทั้งส่งเสริมให้มีบริการการแพทย์แผนไทยที่มีมาตรฐาน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า โดยมีคณะกรรมการบูรณาการและส่งเสริมการแพทย์แผนไทยร่วมกับการแพทย์แผนตะวันตก ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายโฆสิต สุวินิจจิต คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ สธ. นายกแพทยสภา รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายวิจัยและวิชาการ รวมถึงเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการ สาขาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน กองบริหารการสาธารณสุข กรมการแพทย์แผนไทยฯ กรมวิทยาศาสตร์ฯ และกรมการแพทย์ เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบทิศทางการบูรณาการและส่งเสริมการแพทย์แผนไทยร่วมกับการแพทย์แผนตะวันตก

“กรมการแพทย์ทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานต่างๆ เข้าด้วยกัน และร่วมกันพิสูจน์ข้อเท็จจริงผ่านการทบทวนหลักฐานเชิงประจักษ์และงานวิจัยทางคลินิก นอกจากนี้ ดำเนินการจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแนวทางการใช้ยาแผนไทยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ กรมการแพทย์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญใน 6 กลุ่มโรค/อาการ เพื่อให้แพทย์แผนตะวันตกมีความมั่นใจในการใช้ยาสมุนไพรไทยเพิ่มมากขึ้น โดยได้มีการพิจารณารายการยาสมุนไพรที่สามารถทดแทนยาแผนปัจจุบัน รวมถึงหัตถการในการรักษา สำหรับจัดทำคู่มือการใช้ยาสมุนไพรในเวชปฏิบัติ ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำและพร้อมที่จะประกาศใช้คู่มือการใช้ยาสมุนไพรในเวชปฏิบัติ ประมาณเดือนมีนาคม 2568” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

Advertisement

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มอาการมีดังนี้ 1.ระบบทางเดินอาหาร ประกอบด้วย ยาสมุนไพร ขมิ้นชัน ขิง เพชรสังฆาต 2.ระบบทางเดินหายใจ ประกอบด้วย ยาสมุนไพร ปราบชมพูทวีป ฟ้าทะลายโจร ประสะมะแว้ง มะขามป้อม 3.กล้ามเนื้อและกระดูก ประกอบด้วย ยาสมุนไพร เถาวัลย์เปรียง ไพล เจลพริก ยาประคบ ขมิ้นชัน ยาสหัสธารา 4.โรคมะเร็ง ประกอบด้วย ยาสมุนไพร ว่านหางจระเข้ (ลดอาการแสบคันจากการฉายรังสี) 5.สมองและระบบประสาท ประกอบด้วย ยาสมุนไพร CBD enriched CBD:THC 1:1 เจลพริก มณีเวช 6.ระบบผิวหนัง ประกอบด้วย ยาสมุนไพร ว่านหางจระเข้ พญายอ ขมิ้นชัน

“ยังมีสมุนไพรที่ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์เพียงพอ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยเพื่อจะนำมาใช้ต่อไป อาทิ ยาธาตุอบเชย ยากล้วย ในการรักษากลุ่มอาการระบบทางเดินอาหาร เปลือกมังคุด ในการรักษากลุ่มอาการทางระบบผิวหนัง และหากร่างคู่มือการใช้ยาสมุนไพรในเวชปฏิบัติดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จะนำมาให้คณะกรรมการพิจารณา หากมีมติเห็นชอบ จะมีการประกาศใช้ ส่งผลให้แพทย์แผนตะวันตกสามารถสั่งจ่ายยาสมุนไพรตามข้อแนะนำในคู่มือดังกล่าวได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ซึ่งเป้าหมายปีนี้ที่รัฐมนตรีว่าการ สธ.จะดึงงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จำนวน 1,500 ล้านบาท เพื่อให้สนับสนุนการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว