เตรียมทำประชาพิจารณ์ ‘สูตรบำนาญประกันสังคม’ ภายใน 30 วัน ‘ษัษฐรัมย์’ ย้ำ มีผลกับคนเกษียณ แต่ไม่จ่ายย้อนหลัง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 มีนาคม ที่สำนักงานประกันสังคม นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน ในคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมบอร์ดประกันสังคม ที่มีมติรับหลักการพิจารณาปรับสูตรบำนาญให้กับผู้ประกันตนทุกมาตรา โดยใช้เป็นสูตร CARE (Career-Average Revalued Earnings) หรือ “เฉลี่ยตลอดการทำงาน ปรับเป็นค่าเงินปัจจุบัน” ว่า การประชุมวันนี้มีการพิจารณาเพียงแค่ 1 จากทั้งหมด 7 เรื่อง นั่นก็คือเรื่องการพิจารณาสูตรคำนวณเงินบำนาญสูตรใหม่ คือ สูตร CARE ซึ่งที่ประชุมได้หารือว่าสูตรนี้พร้อมที่จะเปิดทำประชาพิจารณ์หรือไม่ แต่สิ่งที่ที่ประชุมเห็นตรงกันทั้ง 3 ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐ นายจ้าง และผู้ประกันตน คือสูตรนี้มีความจำเป็น แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยได้
“สูตรนี้สามารถเข้าสู่การทำประชาพิจารณ์ได้ซึ่งตามระเบียบกฎหมาย ระบุว่าหากมีการแก้กฎกระทรวงใดที่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะต้องเปิดทำประชาพิจารณ์ และจะต้องเริ่มทำประชาพิจารณ์ภายใน 30 วันนับจากวันที่รับหลักการ และหลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการแก้ไขกฎกระทรวง หวังว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนหรือเร็วกว่านั้น“ นายษัษฐรัมย์กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกันนี้จะมีอยู่ 2 เรื่องคือ การปรับฐานเพดานค่าจ้าง และการปรับสูตรคำนวณเงินบำนาญ แม้จะเป็น 2 เรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันแต่จะต้องทำไปควบคู่กัน ทั้งนี้ ความเห็นของฝ่ายวิจัย ระบุว่าการปรับสูตรคำนวณเงินบำนาญ หรือสูตร CARE สามารถทำได้ก่อนการทำเรื่องการปรับฐานเพดานค่าจ้าง ดังนั้น กระบวนการหลังจากนี้คือการเปิดทำประชาพิจารณ์ โดยทางบอร์ดประกันสังคมจะต้องทำชุดคำถาม เพื่อเปิดให้ประชาชนทั่วไปรวมถึงผู้ประกันตนเข้ามาให้ความเห็น ถ้าการประชาพิจารณ์แล้วเสร็จ ก็จะแจ้งต่ออนุกรรมการสิทธิประโยชน์ของสำนักงานประกันสังคม จากนั้นก็จะนำสู่บอร์ดประกันสังคมได้ภายในเดือนพฤษภาคม เพื่อเป็นการแสตมป์ครั้งสุดท้าย ก่อนเดินหน้าเข้าสู่การแก้ไขกฎกระทรวง
นายษัษฐรัมย์กล่าวต่อว่า สำหรับสูตร CARE และการปรับฐานเพดานค่าจ้าง แม้ว่าผู้ที่เกษียณไปแล้ว ก็จะทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มในการคำนวณบำนาญ เช่น ในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า มีการปรับเพดานค่าจ้างเป็น 20,000 บาทต่อเดือน จากเดิมที่เคยได้ 15,000 บาทต่อเดือนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ก็จะไม่ถูกจำกัดการคำนวณบำนาญไว้ที่เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท แม้ว่าเกษียณแล้วก็จะมีการคำนวณย้อนหลังปรับเพิ่มให้ ดังนั้น แม้จะเป็นเรื่องที่แยกกัน แต่เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์เรื่องนี้ต้องทำควบคู่กันไป
เมื่อถามถึงการปรับสูตรคำนวณบำนาญจะมีผลย้อนหลังให้ผู้ประกันตนที่อยู่ระหว่างการรับเงินบำนาญถึง 8 แสนคนในปัจจุบันหรือไม่
นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า ผู้ประกันตนได้รับเงินบำนาญอยู่ในปัจจุบัน ถ้าการปรับเป็นสูตร CARE แล้วได้เงินบำนาญเพิ่มขึ้น ก็จะเป็นการปรับสูตรสำหรับงวดบำนาญเดือนถัดไป แต่จะไม่ได้มีผลย้อนหลังให้กับการจ่ายบำนาญงวดที่ผ่านมา เช่น เดิมได้รับบำนาญสูตรเดิมอยู่ที่เดือนละ 1,500 บาท ถ้าปรับเป็นสูตร CARE แล้วได้มากขึ้นเป็น 4,500 บาท เดือนถัดไป หลังจากมีประกาศกระทรวงออกมาแล้วก็สามารถรับที่ 4,500 บาทได้เลย แต่ไม่ได้มีผลย้อนหลังให้กับงวดบำนาญที่ผ่านมา
ถามต่อว่าการทำประชาพิจารณ์คาดว่าจะมีคนให้ความสนใจอย่างไร นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า ตนเชื่อว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป อย่างการทำประชาพิจารณ์เรื่องการปรับเพดานค่าจ้าง ก็มีคนมาให้ความเห็นมากกว่า 200,000 คน ถือว่าประสบความสำเร็จ จึงเชื่อว่าเรื่องนี้จะได้รับความเห็นจากผู้ประกันตนที่หลากหลายครบถ้วน ซึ่งเป็น หน้าที่ของบอร์ดประกันสังคมและสำนักงานประกันสังคม ที่จะออกแบบชุดคำถามในการทำประชาพิจารณ์เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจในเรื่องนี้

