สปส.เปิดรับฟังความเห็นขยายคุ้มครองผู้ประกันตน ม.33 ครอบคลุมอีก 3 กลุ่มอาชีพ

11.03.25 | 18:00 น.

สปส.เปิดรับฟังความเห็นขยายคุ้มครองผู้ประกันตน ม.33 ครอบคลุมอีก 3 กลุ่มอาชีพ

วันนี้ (11 มีนาคม 2568) น.ส.บุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น “การขยายความคุ้มครองให้แก่ลูกจ้างที่ไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม” โดยมี นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน กรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้าง กรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง นายจ้าง ลูกจ้าง และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ กระทรวงแรงงาน กรุงเทพมหานคร

น.ส.บุปผา กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน โดย สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการขยายความคุ้มครองให้แก่นายจ้างและลูกจ้างที่ไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการหรือลูกจ้างอื่นที่ไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม พ.ศ.2560 โดยการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ลูกจ้างใน 3 กลุ่มอาชีพ เข้าสู่ระบบประกันสังคมมาตรา 33 ได้แก่ 1.กลุ่มกิจการภาคเกษตร เพาะปลูก ประมง ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ 2.กลุ่มลูกจ้างในครัวเรือนที่ทำงานในฐานะนายจ้างส่วนบุคคล เช่น แม่บ้าน ผู้ประกอบอาหาร คนรับใช้ส่วนตัว หัวหน้าผู้รับใช้ คนซักรีด คนสวน ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยง คนขับรถ คนเฝ้าบ้าน เป็นต้น และ 3.กลุ่มลูกจ้างในกิจการค้าแผงลอย

“เมื่อลูกจ้างในกลุ่มอาชีพดังกล่าวได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 33 จะได้รับสิทธิประกันสังคมที่ช่วยสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เช่น สิทธิรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย เงินชดเชยกรณีต่างๆ เช่น เงินค่าคลอดบุตร เงินสงเคราะห์บุตร เงินบำนาญชราภาพ เงินว่างงาน เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ และเงินกรณีตาย นอกจากนี้ นายจ้างจะได้รับประโยชน์จากการขยายความคุ้มครองครั้งนี้ เช่น คลายความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการดูแลลูกจ้าง หากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย รวมถึงเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบและดูแลสวัสดิการของลูกจ้าง” น.ส.บุปผา กล่าว

Advertisement

รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า สำหรับทิศทางการขับเคลื่อนของกระทรวงแรงงานในอนาคตในการดูแล นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตนมีหลักประกันทางสังคม โดยมีแนวนโยบาย 1.ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับผู้ประกันตน ในการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้มีความเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ การยกระดับสิทธิการรักษา รวมถึงสวัสดิการที่มีความทันสมัย เหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมและตรงต่อความต้องการของผู้ประกันตน 2.การส่งเสริมสุขภาพที่ดีสำหรับผู้ประกันตน การยกระดับโครงการตรวจโรคเชิงรุก ที่มุ่งเน้นในการตรวจคัดกรองโรคที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เพื่อการเพิ่มโอกาสในการคัดกรองและตรวจพบโรคในช่วงเวลาที่สามารถรักษาได้ 3.การยกระดับงานด้านบริการ การพัฒนาระบบ BEST E-SERIVCE และการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อการเพิ่มความสะดวกในการได้รับการบริการ เพื่อการยกระดับการให้บริการของสำนักงานประกันสังคมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 4.กองทุนมั่นคง แรงงานมั่งคั่ง ประกันสังคมยั่งยืน ในการยกระดับการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นถึงความยั่งยืนต่อนายจ้าง ลูกจ้างและผู้ประกันตน ในช่วงเวลาที่รวดเร็วที่สุด การพัฒนาแนวทางการลดค่าใช้จ่ายในการประกันสุขภาพสำหรับผู้ประกันตน โดยมุ่งเน้นในการลดค่าใช้จ่ายและคงไว้ซึ่งสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลที่ดี

ด้าน นางมารศรี กล่าวว่า สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อขยายความคุ้มครอง ในช่วงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 25 มีนาคม 2568 โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ จัดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมายในช่วงวันที่ 1 – 15 มีนาคม 2568 จัดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม ในช่วงวันที่ 1 – 15 มีนาคม 2568 และจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในรูปแบบ Focus Group 2 ครั้ง ได้แก่ รับฟังความคิดเห็นจากลูกจ้างในครัวเรือนที่ทำงานให้กับนายจ้างส่วนบุคคล และการค้าแผงลอย ณ สำนักงานประกันสังคม ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 จำนวน 50 คน และกลุ่มนายจ้าง ลูกจ้างของกิจการเพาะปลูก ประมง ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาคร ในวันที่ 11 มีนาคม 2568 จำนวน 50 คน

“สำหรับกำหนดการประชุมรับฟังความคิดเห็นในวันนี้ จะเป็นการเสวนาในหัวข้อ การขยายความคุ้มครองให้แก่ลูกจ้างที่ไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จากนั้นจะได้เปิดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมและคณะวิทยากร การประชุมในวันนี้มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 300 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ ดังนี้ ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และผู้บริหาร สปส. คณะกรรมการประกันสังคม ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน กรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้าง กรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง นายจ้างและลูกจ้างในกิจการ ทั้ง 3 กลุ่มที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนสื่อมวลชน” นางมารศรี กล่าว