บอร์ดสปสช.รับทราบข้อเสนอคณะทำงานฯ ‘มะเร็งรักษาทุกที่’ 5 ประเด็นที่ต้องทำระยะถัดไป

13.03.25 | 16:52 น.

บอร์ดสปสช.รับทราบข้อเสนอคณะทำงานฯ ‘มะเร็งรักษาทุกที่’ 5 ประเด็นที่ต้องทำระยะถัดไป

วันนี้ (13 มีนาคม 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 ที่มี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. เป็นประธานการประชุม ได้มีการร่วมกันหารือ และรับทราบ เรื่องการสรุปผลการดำเนินงานและทบทวนสถานการณ์โครงการ “โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ (ทั่วประเทศ)” หรือโครงการ CA anywhere ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) และการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากคณะทำงานจัดทำข้อเสนอการจ่ายชดเชยค่าบริการสาธารณสุข กรณีการรักษาโรคมะเร็งจากโครงการ CA anywhere ที่มี ผศ.นพ.สนั่น สุทธิศักดิ์ชัย รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) ศิริราช เป็นประธานคณะทำงาน และเป็นผู้นำเสนอต่อที่ประชุม

ผศ.นพ.สนั่น รายงานผลการทำงานของคณะทำงานจัดทำข้อเสนอการจ่ายชดเชยค่าบริการสาธารณสุข กรณีการรักษาโรคมะเร็งจากโครงการ CA anywhere ต่อที่ประชุมว่า ในช่วงปี 2567 ที่ สปสช. ได้ออกประกาศจ่ายค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลโครงการ CA anywhere 2 ฉบับ ซึ่งเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษามะเร็งของผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง 7 รายการ ประกอบด้วย 1.ค่ายาเคมีบำบัด/ฮอร์โมน 2.ค่ารังสีรักษา 3.ค่าแล็บที่เกี่ยวกับการใช้ยา จ(2) 4.การรักษาโรคแทรกซ้อนจากการรักษามะเร็ง/โรคมะเร็ง 5.การตรวจยืนยันการวินิจฉัย/การประเมินระยะโรค/การประเมินการรักษา 6.โรคร่วมอื่นๆ ในช่วงที่รักษามะเร็ง และ 7.การติดตามหลังการรักษามะเร็ง

“ทั้งนี้ ประกาศของ สปสช. ระบุถึง รายการที่ 1 – 3 ให้หน่วยบริการเบิกจ่ายจากกองทุนรักษามะเร็งสำหรับโครงการ CA anywhere แต่ในส่วนรายการที่ 4 – 7 ไม่สามารถเบิกจ่ายจากกองทุนนี้ได้ และให้เบิกจ่ายกับอีกกองทุนเหมาจ่ายรายหัว จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ ชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพท./รพศ.) มีหนังสือถึง สปสช.ขอให้ยกเลิกประกาศค่าใช้จ่าย CA anywhere ปี 2567 และให้กลับไปใช้ประกาศของปี 2566 ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้ง 7 รายการ รวมถึง กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UhosNet) ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ผู้ป่วยมะเร็งที่จะมารักษาในโรงพยาบาลกลุ่ม UhosNet จะต้องมีใบส่งตัวมาจากหน่วยบริการประจำ ซี่งกังวลว่า อาจติดขัดในการเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการรักษามะเร็ง และอาจทำให้มีผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการรักษามะเร็งของผู้ป่วยด้วย” ผศ.นพ.สนั่น กล่าว

Advertisement

ผศ.นพ.สนั่น กล่าวต่อไปว่า จากประเด็นดังกล่าวนั้น สปสช.ได้ตั้งคณะทำงานจัดทำข้อเสนอการจ่ายชดเชยค่าบริการสาธารณสุข กรณีการรักษาโรคมะเร็งจากโครงการ CA anywhere ขึ้น เพื่อให้ศึกษาและทำงานร่วมกันในการหาทางออก ซึ่งที่ผ่านมา คณะทำงานได้จัดทำข้อเสนอเพื่อให้ สปสช. ได้ดำเนินการต่อ และได้รับการตอบรับในทันทีในระยะเร่งด่วน โดยมีการประกาศยกเลิกประกาศค่าใช้จ่ายในโครงการ CA anywhere ทั้ง 2 ฉบับ เมื่อปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และประกาศให้ใช้ประกาศค่าใช้จ่ายของปี 2566 และต่อมาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 สปสช.ได้ประชุมหารือกับ UHosNet เพื่อสรุปแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในโครงการดังกล่าว ที่ไม่ต้องใช้ใบส่งตัวเพื่อรับรองค่าใช้จ่าย แต่ UHosNet ระบุว่า ยังจำเป็นต้องขอข้อมูลทางการแพทย์ เพราะเกี่ยวกับการวินิจฉัยมะเร็ง ซึ่งต้องเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นก่อนที่ผู้ป่วยจะมาใช้บริการจากโครงการนี้ได้

“อย่างไรก็ตาม คณะทำงานได้เสนอข้อเสนอ เพื่อให้ สปสช. พิจารณาและดำเนินการในระยะถัดไปของโครงการ CA anywhere เพื่อให้สอดรับกับ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 รวมถึงข้อกฎหมายอื่นๆ หลังจากได้ร่วมประชุมร่วมกันกับคณะทำงานเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวม 5 ประเด็น ได้แก่ 1.ให้ สปสช. กำหนดมาตรการลดจำนวนผู้ป่วยเข้ารับบริการที่หน่วยบริการใดบริการหนึ่งจนเกินกว่าศักยภาพ 2.การใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ขอให้มีผู้รับผิดชอบค่ายาให้กับหน่วยบริการรับส่งต่อ 3.กรณีที่ระบบกำหนดให้มีสิทธิประโยชน์ แต่ไม่ได้กำหนดการเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ขอให้กำหนดระบบการร่วมจ่ายสำหรับสิทธิประโยชน์นั้นอย่างมีความเหมาะสม หรืออาจมีกองทุนเป็นการเฉพาะขึ้นมาหรือเป็นงบประมาณแบบเฉพาะเจาะจง 4.เสนอให้มีการตั้งกองทุนโรคมะเร็งเป็นการเฉพาะ โดยอาจดำเนินการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และ 5.กรณี สปสช.ไม่สามารถดำเนินการได้ ขอให้มีการชี้แจงเหตุผล” ผศ.นพ.สนั่น กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรับฟังการรายงาน บอร์ด สปสช. มีมติรับทราบ พร้อมทั้งได้ให้ความเห็นเพิ่มเติม โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติสำหรับรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ที่มีหลายความเห็นทั้งสนับสนุนให้การขับเคลื่อนพิจารณายานอกบัญชีฯ ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยในมะเร็งบางชนิด หรือให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสอุทธรณ์เพื่อขอให้เข้าถึงการใช้ยา รวมไปถึงยังมีความเห็นที่ว่า การนำยานอกบัญชีเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ หากไม่มีการพิจารณาเรื่องนีอย่างรอบคอบ อาจมีผลกระทบต่อระบบกองทุนสุขภาพในภาพรวมที่อาจสร้างความเสียหายได้ ขณะที่ในส่วนข้อเสนอ ที่จะให้ สปสช. ลดจำนวนผู้ป่วยนั้น ที่ประชุมบอร์ด สปสช. เห็นว่าอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของ สปสช.ที่จะดำเนินการ

อีกทั้งในส่วนประเด็นข้อเสนอการพิจารณายานอกบัญชีฯ เพื่อใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยมะเร็งในโครงการ CA anywhere ที่ประชุมบอร์ด สปสช. ได้รับทราบ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมถึงคณะทำงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นกัน ได้จัดทำข้อมูลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งจากโครงการ CA anywhere รวมถึงทำข้อมูลค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นที่ไม่เกี่ยวกับโรคมะเร็ง และค่าใช้จ่ายจากการใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อให้นำข้อมูลดังกล่าวส่งต่อให้กับคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับติดตามการเข้าถึงบริการโรคที่มีความสำคัญ ซึ่งมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน และมีคณะทำงานด้านการค่าใช้จ่ายในการรักษามะเร็งได้ร่วมพิจารณาและได้ให้ความเห็นจากข้อมูลดังกล่าว และขอให้นำความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาเรื่องนี้ในที่ประชุมบอร์ด สปสช. ครั้งต่อไป