ประกันสังคมแจงผลประโยชน์ตอบแทน ‘บำเหน็จ’ประกาศทุกปี คนละส่วนกับ ‘บำนาญชราภาพ’
ตามที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักงานประกันสังคม (สปส.) 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 ประกอบด้วย เรื่อง กำหนดอัตราผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ประจำปี พ.ศ.2567 และเรื่อง กำหนดผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ซึ่งลงนามโดย นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการ สปส. ทั้ง 2 ฉบับ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปนั้น
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศสำนักงานประกันสังคมทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ได้สร้างความสับสนให้กับผู้ประกันตนจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เข้าใจผิด คิดว่าเป็นการออกประกาศบำนาญชราภาพ ที่บอร์ดประกันสังคมมีมติเห็นชอบให้หลักการให้ปรับสูตรคำนวณใหม่ เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา โดยสงสัยว่าเหตุใดถึงรีบเร่งออกประกาศ เพราะยังอยู่ในช่วงรอทำประชาพิจารณ์ภายในกรอบ 90 วัน
ล่าสุด นางนิยดา เสนีย์มโนมัย โฆษก สปส. เปิดเผยว่า ประกาศสำนักงานประกันสังคมที่ออกมาทั้ง 2 ฉบับ เป็นการประกาศให้ผู้ประกันตนทราบถึงดอกผลที่ประกันสังคมนำเงินที่ผู้ประกันตนจ่ายสมทบไปลงทุนว่าได้ผลตอบแทนเท่าไรในแต่ละปี โดยในปี 2567 อยู่ที่อัตราร้อยละ 2.81 ของเงินสมทบสุทธิ และผลประโยชน์ตอบแทนสะสมรวมกัน เมื่อผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39 ยื่นขอรับสิทธิประโยชน์จะได้รับทราบว่า ในปีนั้นจะได้รับผลตอบแทนเท่าไร
“ซึ่งในปัจจุบัน กฎหมายประกันสังคมยังไม่ให้ผู้ประกันตนเลือกว่าจะรับบำเหน็จ หรือบำนาญ ตามที่ผู้ประกันตนต้องการ แต่การเกิดสิทธิจะเป็นไปตามการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนแต่ละราย หากส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน กฎหมายกำหนดให้รับเป็นเงินบำเหน็จ 1 ก้อน พร้อมดอกผล ซึ่งจะใช้ประกาศตัวนี้มากำหนดดอกผลที่ได้รับในปีนั้นๆ” นางนิยดากล่าว
โฆษก สปส.กล่าวอีกว่า ในกรณีที่ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบ 180 เดือนขึ้นไป กฎหมายกำหนดให้รับเป็นเงินบำนาญไปตลอดชีวิต โดยจะใช้สูตรการคำนวณจากอัตราค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้ายของผู้ประกันตน ซึ่งปัจจุบันยังใช้อัตราสูงสุดที่ 15,000 บาท เป็นฐานในการคำนวณเงินบำนาญชราภาพ
ส่วนสูตรการคำนวณใหม่ที่คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) มีมติเห็นชอบให้ปรับจาก 60 เดือนสุดท้าย ไปเป็นเฉลี่ยตลอดอายุการทำงาน เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอทำประชาพิจารณ์ภายใน 90 วัน
“ประกาศฉบับนี้ได้ส่งไปลงราชกิจจานุเบกษานานแล้ว แต่เพิ่งออกมาในช่วงนี้ จึงอาจทำให้ผู้ประกันตนเข้าใจผิด ซึ่งประกาศนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการรับบำนาญชราภาพที่จะมีการปรับสูตรคำนวณใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นการประกาศเรื่องผลตอบแทนที่เป็นดอกผลในแต่ละปีของบำเหน็จชราภาพ เหมือนที่ธนาคารมีการออกประกาศทุกปี โดยมาตรา 33 และมาตรา 39 มีผลตอบแทนร้อยละ 2.81 ส่วนมาตรา 40 มีผลตอบแทนร้อยละ 4.19 ซึ่งมีผลตอบแทนสูงกว่า เพราะในปี 2567 มีการปรับพอร์ตการลงทุนสูงขึ้น” นางนิยดากล่าว

