เจาะลึกเทคโนโลยี นโยบาย การลงทุน บุคลากร – ครบทุกองค์ประกอบขับเคลื่อนประเทศด้วย AI
คลื่นเทคโนโลยีดิจิทัลที่กำลังถาโถมพลิกโฉมโลก ทำให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะ Game Changer ของแทบทุกอุตสาหกรรม ซึ่งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เร่งเตรียมพร้อมยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยพลังของ AI อย่างเต็มรูปแบบ
ล่าสุดเตรียมจัดงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 20 หรือ NAC2025 ภายใต้แนวคิดหลัก “ขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย AI เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 26 – 28 มีนาคม 2568 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี โดยงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีวิชาการ แต่คือปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของการรวมพลังจากทุกภาคส่วนทั้ง นักวิจัย นักวิชาการ ผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชน เพื่อวางรากฐานและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ด้วยพลังของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.)
NAC2025: มากกว่าเวทีวิชาการ คือ “จุดบรรจบ” แห่งพลัง วทน. ขับเคลื่อนประเทศ
ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมาการประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นเวทีสำคัญระดับชาติสำหรับการนำเสนอความก้าวหน้าด้าน วทน. ที่พัฒนาโดย สวทช. ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ ในปีนี้ NAC2025 ยกระดับความสำคัญไปอีกขั้น โดยมุ่งเน้นไปที่การบูรณาการเทคโนโลยี AI เข้ากับหลากหลายสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกมิติของการพัฒนาประเทศ
งานนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเสนอผลงานวิจัย แต่ยังเป็นสนามประลองความคิด และเวทีสร้างเครือข่าย ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัย นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน สตาร์ตอัป และผู้สนใจทั่วไป ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดใหม่ ๆ เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI ในหลากหลายบริบท ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม การพัฒนานวัตกรรมการแพทย์และสาธารณสุข ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

สวทช. จัดทัพ 5 ศูนย์วิจัยแห่งชาติบูรณาการ AI พัฒนาประเทศรอบด้าน
ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ย้ำถึงบทบาทสำคัญของ สวทช. ในฐานะ “ขุมพลังหลักของประเทศ” ในการขับเคลื่อน วทน. เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน (S&T Implementation for Sustainable Thailand)
“เราตระหนักดีว่า วทน. โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การจัดงาน NAC ในปีนี้จึงมุ่งเน้นการนำเสนอองค์ความรู้ งานวิจัยและพัฒนาด้าน AI รวมถึงแนวทางการบูรณาการ AI เข้ากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแขนงต่าง ๆ ภายใต้การดำเนินงานของ 5 ศูนย์วิจัยแห่งชาติของ สวทช. ได้แก่ BIOTEC, MTEC, NECTEC, NANOTEC และ ENTEC เพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้ประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศและประชาชน” ศ.ดร.ชูกิจ กล่าว
ผอ.สวทช. ยังกล่าวเสริมถึงความสำคัญของ “การพัฒนากำลังคนด้าน AI” เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงานที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย อว. For AI ของกระทรวง อว. ที่มุ่งเน้นการสร้างบุคลากรและองค์ความรู้ด้าน AI ในทุกระดับ
ด้าน ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผอ.ศูนย์เนคเทค สวทช. ฉายภาพอนาคตของประเทศไทยในยุค AI ว่า “การพัฒนา AI Ecosystem ที่เข้มแข็งถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้าน AI ในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยต้องร่วมกันเร่งพัฒนาทั้งด้านจริยธรรม, โครงสร้างพื้นฐาน, บุคลากร, วิจัย และส่งเสริมธุรกิจ AI แบบครบวงจร

ห้ามพลาด ! สัมมนาพิเศษ “Decoding Thailand’s AI Future” ชี้อนาคต AI ไทย – โอกาสทองธุรกิจ
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในงาน NAC2025 คือการสัมมนาพิเศษภายใต้หัวข้อ “Decoding Thailand’s AI Future: Strategy for Competitive Edge” วันที่ 26 มีนาคม 2568 โดย สวทช. ผนึกกำลัง Techsauce เชิญวิทยากรชั้นนำของประเทศ อาทิ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบัน TDRI ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ ViaLink และ Siametrics Consulting และคุณวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ Head of Nationwide Operations and Support Business Unit – AIS มาร่วมกันถอดรหัสเส้นทางสู่อนาคตของประเทศไทยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตั้งแต่การวางรากฐาน AI ที่เหมาะกับบริบทประเทศ การค้นหาโอกาส Quick Win ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI จริงในภาคส่วนต่าง ๆ ที่พัฒนาโดย สวทช.
NAC2025 ประตูสู่โลก AI ที่เปิดกว้างสำคัญทุกคน
ตลอด 3 วันเต็มของงาน NAC2025 ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างเต็มอิ่ม ผ่าน “40 หัวข้อสัมมนา” ที่คัดสรรมาอย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า ครอบคลุมหลากหลายมิติของการประยุกต์ใช้ AI ตั้งแต่ภาคอุตสาหกรรมอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำ การแพทย์และสุขภาพดิจิทัล ไปจนถึงเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมี “นิทรรศการกว่า 100 บูธ” ที่นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI ล่าสุดจาก สวทช. และเครือข่ายพันธมิตร พร้อมไฮไลต์สำคัญกับ “5 งานวิจัย AI เด่น” ที่คาดว่าจะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไทยให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง ได้แก่
1.Pathumma LLM: โมเดล AI ภาษาไทยที่เข้าใจบริบทและวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง พัฒนาในรูปแบบเปิดเพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายอุตสาหกรรม
2.Genomics Medicine: ระบบ AI วิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมขนาดใหญ่ ร่วมกับข้อมูลทางการแพทย์ เพื่อยกระดับการวินิจฉัยและรักษาโรคแบบแม่นยำ ตรงจุด และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3.Hydrogen Economy: เทคโนโลยี AI สนับสนุนการพัฒนาไฮโดรเจนชีวภาพและไฮโดรเจนสีเขียว ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดแห่งอนาคต เพื่อประยุกต์ใช้ในภาคพลังงาน ขนส่ง และอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
4.AI ตรวจวัดไมโครพลาสติก: สามารถตรวจจับและจำแนกชนิดของไมโครพลาสติกในแหล่งน้ำได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ช่วยในการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5.Gunther และ Janine: อุปกรณ์และแอปพลิเคชัน AI เฝ้าระวังการเคลื่อนไหวและป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุแบบเรียลไทม์ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้สูงวัยในสังคมไทย

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้าถึงห้องปฏิบัติการวิจัย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ ผ่านกิจกรรม Open House จำนวน 9 เส้นทาง ในวันที่ 26 และ 28 มีนาคม 2568 โดยมีเส้นทางที่น่าสนใจ อาทิ กลุ่มเกษตรอัจฉริยะ กลุ่มเครื่องสำอางเพื่ออนาคต กลุ่ม Wellness Tech เส้นทางสู่ “Thailand Health Hub” และกลุ่มอาหารและอุตสาหกรรมชีวภาพ พร้อมกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ การเรียนรู้ด้าน AI สำหรับเยาวชน ผ่านเวิร์กชอปแสนสนุก และการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยหนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ “หุ่นยนต์นำทางในเขาวงกต NSTDA Micro-Mouse” ซึ่งจะช่วยส่งเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และนวัตกรรม ร่วมทดลองเล่นในสนามจริงได้ที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ในช่วงบ่ายของวันที่ 27 และ ตลอดทั้งวันของ วันที่ 28 มีนาคม 2568
NAC2025 ไม่ใช่แค่งานประชุมวิชาการ แต่คือ “ปรากฏการณ์” ครั้งสำคัญที่จะจุดประกายยุคทองของ AI ในประเทศไทย ! เป็นโอกาสที่พลาดไม่ได้สำหรับทุกคน ทุกภาคส่วน ที่จะมาร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และสร้างเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าด้วยพลังของ AI ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่เว็บไซต์ www.nstda.or.th/nac/ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 -2564 – 8000




