จิตแพทย์ เผยคนไทยจบชีวิตตัวเองสำเร็จปีละ 5 พันราย ชี้คนรอบข้าง 6 คนเสี่ยงอยากตายตาม

16.03.25 | 12:08 น.

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ผศ.นพ.ปราการ ถมยางกูร นายกสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งประเทศไทย กล่าวถึงสถานการณ์การฆ่าตายของไทยว่า ปัจจุบันพบอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ อยู่ 5,000 รายต่อปี และในทุกครอบครัว หรือคนใกล้ชิดของผู้ที่เสียชีวิตประมาณ 6 คน จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้า ท้อถอย หดหู่ หมดกำลังใจจะทำงาน หรือประกอบอาชีพ และมีความคิดที่อยากจบชีวิตตาม ไม่ว่าจะเป็น พ่อ-แม่, สามี-ภรรยา, ญาติ, คนรัก, เพื่อนสนิท ดังนั้นเมื่อมีเหตุการณ์การจบชีวิตเกิดขึ้น ต้องการฟื้นฟูดูแลสภาพจิตของกลุ่มคนเปราะบางเหล่านี้ ทำให้เกิดพลังด้านบวก สามารถกลับมามีชีวิตสู้ต่อไป ส่วนสาเหตุที่คนเลือกจบชีวิตเพราะส่วนใหญ่ ไม่มีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง และเคยมีความคิดที่จะฆ่าตัวมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ครั้งนี้กลับทำสำเร็จ ดังนั้นจึงต้องค้นหาอะไร หรือปัจจัยใด ที่ช่วยฉุดรั้งคนกลุ่มนี้ได้ และต้องเร่งเพิ่มความสุข เติมพลังใจด้านบวกให้สามารถอดทนผ่านวิกฤตของชีวิตไปได้ รวมถึงการใช้วิธี กลุ่มจิตบำบัด PRAKARN Model ลดความทุกข์ใจของตน ลดการโทษตนเอง ที่เคยฝันร้ายให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติขึ้น ช่วยผู้ที่มีปัญหาได้ระบายความทุกข์ในใจอย่างน้อย 6 ครั้งขึ้นไป

“ไม่มีใครอยากจบชีวิต ทุกคนล้วนรักชีวิต แต่เพราะไม่มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยพบว่าร้อยละ 10 ของคนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ เป็นคนที่เคยมีประวัติพยายามฆ่าตัวตายมาก่อน และยังพบว่าคนในครอบครัวของผู้เสียชีวิตเองก็มีความคิดที่อยากจบชีวิตตาม” ผศ.นพ.ปราการกล่าว

ผศ.นพ.ปราการกล่าวต่อว่า สมาคมป้องกันการฆ่าตัวตาย จึงได้ร่วมกับ 6 สมาคมฯ และเครือข่าย ประกอบด้วย สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, สมาคมสะมารินตันส์แห่งประเทศไทย, สมาคมสายใยครอบครัว, สมาคมสมาพันธ์ผู้ดูแลไทย และเครือข่ายก่อการต้านเศร้า ในการช่วยสนับสนุนเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายที่เปิดเผยได้ นำมาสู่การป้องกันและช่วยเหลือประชาชน และช่วยเยียวยาจิตใจของผู้ที่มีความเสี่ยงฆ่าตัวตาย ทั้งนี้ กระบวนการลดการฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นในสังคม ทุกฝ่ายสามารถร่วมกันทำได้ด้วย “การรับฟัง” เป็นการช่วยให้คนที่มีความทุกข์ได้ระบายออก และอีกหนทางหนึ่งคือการใช้ศิลปะบำบัด ในกรณีที่บางคนไม่อยากเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวแต่สามารถระบายออกได้ด้วยการวาดภาพ หรือการแต่งแต้มรูปภาพ ระบายสี ล้วนสะท้อนถึงความคิดและจิตใจของคนด้าน ผศ.พ.ต.หญิง ดร.พนมพร พุ่มจันทร์ ภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ ในฐานะกรรมการสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตาย กล่าวว่า “การรับฟัง” เป็นเครื่องมืออย่างง่ายที่ช่วยคนที่มีทุกข์ใจ หรือความเครียด เสี่ยงฆ่าตัวตายได้ระบายความทุกข์ แต่เทคนิคการรับฟังนี้ จะแตกต่างจากทั่วไป คือ ต้องไม่ใส่ความคิดเห็น หรือประสบการณ์ส่วนตัวของคนที่ทำหน้าที่รับฟังลงไปในทันที เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ระบายความทุกข์ในใจออก ต่อจากนั้นใช้ภาษาภายแสดงออกถึงความห่วงใย ช่วยให้คนทุกข์ใจรู้ว่าไม่ได้อยู่ลำพัง มีคนใส่ใจ และคอยห่วงใย เช่น แววตาที่มองด้วยความอาทร หรือการใช้มือโอบสัมผัสที่แผ่นหลัง หรือโอบกอดอย่างเงียบๆ ไม่ต้องรีบที่จะเช็ดน้ำตาให้ทันที เพราะกลไกของมนุษย์บางคนจะพยายามมีจิตใจเข้มแข็งไม่แสดงออก แต่สักระยะหนึ่งจะรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยระบายออก และจะค่อยๆ นิ่งสงบลง จากนั้นค่อยเริ่มทบทวนและหาทางออก แม้จะไม่มีวิธีหรือทางแก้ในทันทีแต่ได้ระบายความทุกข์ออก

“คนเศร้าหยุดไม่ได้ แค่นั่งอยู่ด้วยอย่างเงียบๆ หายใจไปด้วยกัน ปล่อยให้เขาได้ระบายออกสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ ก็ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ไม่ต้องรีบหาทางแก้ หรือรีบยื่นทิชชูให้ เพื่อให้เขาหยุดร้อง แต่ให้เขาได้ระบายความทุกข์ในใจสักระยะจนหมด ใจก็จะเบาลง สบายใจขึ้น เพราะได้ระบาย ได้ยินเสียงความทุกข์ของตนเอง เกิดฉุกคิดว่าความทุกข์บางอย่างเราอาจเคยผ่านมา และตอนนั้นผ่านมาได้อย่างไร” ผศ.พ.ต.หญิง ดร.พนมพรกล่าวขณะที่ ผศ.ดร.เลิศศิริร์ บวรกิตติ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และกรรมการสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตาย กล่าวว่า ศิลปะบำบัดเป็นอีกที่หนึ่งวิธีของการบำบัดพฤติกรรม และเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจของกลุ่มคนที่มีความทุกข์ทางใจ โดยการใช้ศิลปะช่วยทำให้เกิดความคิด และอารมณ์ด้านบวก หรือช่วยให้กลุ่มคนที่มีความทุกข์แต่ไม่อยากพูด เพื่อเปิดเผยเรื่องราว แสดงออกผ่านภาพวาดหรืองานศิลปะ ผ่านสีที่ระบายออก หรือรูปภาพ สติ๊กเกอร์ที่ปะติดปะต่อ ร้อยเรียงเกิดรูปภาพหรือเรื่องราวต่างๆ ก็สามารถทราบได้ทันที คนเหล่านี้คิดอย่างไร มีบุคลิกภาพอย่างไร นอกจากนี้การใช้ศิลปะบำบัด ยังครอบคลุมไปถึง การพับนก หรือการร้อยลูกปัดช่วยให้ถึงสมองและเป็นการบำบัดภาวะสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุได้อีกด้วย เพราะจะช่วยให้เกิดการจดจำแบบแผนในการพับ หรือในการเรียงร้อยเม็ดสีของลูกปัด

“การทำศิลปะบำบัด ไม่จำกัดว่าต้องวาดรูปสวย แต่ใช้ภาพที่วาด สีที่ระบายวิเคราะห์บุคลิกภาพของคน หรือปมในใจที่เค้าเหล่านี้ประสบพบเจอ แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการประเมิน 5-8 ครั้งขึ้นไป ถึงจะทราบผล และหากสงสัยว่ากลุ่มคนที่วาดภาพนี้มีความเสี่ยงหรือแนวโน้มที่จะมีอารมณ์รุนแรงสามารถประสานจิตแพทย์ ให้คอยประกบหรือให้การช่วยเหลือ หรือบอกกล่าวกับครอบครัวเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป” ผศ.ดร.เลิศศิริร์กล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ในทางสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งประเทศไทย ยังได้มอบรางวัลให้กับผู้ที่ร่วมประกวดคลิปวิดีโอสั้นผ่านแพลตฟอร์ม TIKTOK “การป้องกันการฆ่าตัวตาย” ทั้งแบบประเภทนักเรียนและ ปวช., นักศึกษาและ ปวส. รวมถึงประชาชนทั่วไป ที่ได้รับราวัลชนะเลิศ, รองชนะเลิศ, รางวัลชมเชย และรางวัลขวัญใจกรรมการ ร่วม 87,000 บาท