OKMD ถูกใจไอเดียธุรกิจสุดจึ้ง! แพลตฟอร์มช่วยคนหูหนวก 3ฟีเจอร์ – ใช้ AI แยกขยะ ตีความเพลง

17.03.25 | 16:25 น.

OKMD ปูทาง ‘มหานครแห่งเอไอ’ ประกาศผลประกวดไอเดียธุรกิจ เปิด 5 ผลงานสุดจึ้ง แพลตฟอร์มช่วยคนหูหนวก 45 ภาษา 3 ฟีเจอร์ – แอพพ์แยกขยะ – ใช้ AI ตีความเพลง


เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ห้องประชุมมิวเซียมสยาม สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงาน “Learn Lab 2025: Creativity Beyond AI” ภายใต้โครงการ LEARN LAB 2024: Mega Trend Meta Learning

โดยกิจกรรมหลักเป็นการประกวดแนวทางธุรกิจโดยใช้ AI ในอุตสาหกรรม 3 ประเภท ได้แก่ อาหาร, ดนตรีและศิลปะ, ความงามและการดูแลสุขภาพ สานต่อการสร้างพื้นที่แห่งการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้และทักษะใหม่ๆ ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 600 ราย 170 ทีม แสดงถึงความตื่นตัวของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพัฒนาทักษะ และนวัตกรรมด้าน AI

ดร.อภิชาติ ประเสริฐ

ดร.อภิชาติ ประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ OKMD กล่าวว่า ในโลกปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทในการขับเคลื่อน และเปลี่ยนแปลงโลกอย่างก้าวกระโดด จึงต้องเตรียมความพร้อมให้เยาวชน คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ ได้พัฒนาศักยภาพเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้

Advertisement

“งาน Learn Lab 2025 จึงเป็นพื้นที่เสริมสร้างรากฐานสังคมไทยให้เข้มแข็ง ผ่านการผสานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี AI ที่เกื้อหนุนความคิดสร้างสรรค์ในหลากหลายมิติ โดยเน้นการเรียนรู้แบบ Meta Learning ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต”

“การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ alpha+ sandbox ในการบ่มเพาะทีมที่เข้าร่วมโครงการฯ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยพัฒนาต่อยอดแนวคิด ให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง ซึ่งหวังว่าในการจัดงานครั้งนี้ จะเป็นระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมในด้านการศึกษาและการเรียนรู้ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน” ดร.อภิชาติกล่าว

ทีม Family Deaf นำเสนอแพลตฟอร์มการเรียนรู้สำหรับผู้พิการทางการได้ยิน

สำหรับงาน Learn Lab 2025: Creativity Beyond AI มีกิจกรรมหลักเป็นการประกวดแนวทางธุรกิจ โดยหลังจากการตัดสินของคณะกรรมการแล้ว ปรากฎผลดังนี้

1.ทีม Family Deaf ของ นายพรยุทธ เม่นมุกดา ชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับรางวัล 100,000 บาท เป็นผลงานด้านอุตสาหกรรมความงามและการดูแลสุขภาพ นำเสนอ แพลตฟอร์มการเรียนรู้สำหรับผู้พิการทางการได้ยิน โดยใช้เทคโนโลยี 3D Animation และ AI เพื่อช่วยเหลือผู้พิการทางการฟัง ซึ่งรองรับ 45 ภาษา ด้วย 3 ฟีเจอร์ ได้แก่ D-Translate: แปลงเสียงพูดเป็นภาษามือ, D-Speech: AI ช่วยออกเสียงพูดแทนผู้พิการ และ AI ช่วยฝึกการสะกดนิ้ว

2.ทีม Motif Move คว้าอันดับ 2 ได้รับรางวัล 50,000 บาท จากหมวดอุตสาหกรรมการออกแบบและแฟชั่น นำเสนอ แพลตฟอร์มช่วยออกแบบเสื้อผ้า ทำหน้าที่เสมือน Co-designer สนับสนุนการออกแบบด้วย AI วิเคราะห์ข้อมูลที่แนะนำเนื้อผ้าที่เหมาะสมกับแบบเสื้อ (Pattern) พร้อมกับฟีเจอร์ตัวกลางสนับสนุนการขายแบบเสื้อ ระหว่างห้องเสื้อและผู้ออกแบบ

นำเสนอแนวทางธุรกิจ ในอุตสาหกรรมดนตรีและศิลปะ

3.ทีม Synesthesia อันดับ 3 จากหมวดอุตสาหกรรมดนตรีและศิลปะ นำเสนอแพลตฟอร์ม cutting-edge AI วิเคราะห์และตีความอารมณ์และความหมายของเพลง ออกมาเป็นรูปแบบ Visual Graphics

4.ทีม NoteBattle อันดับ 4 จากหมวดอุตสาหกรรมดนตรีและศิลปะ นำเสนอ เกม ที่จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถฝึกฝนดนตรีกับผู้อื่นได้ผ่านการแข่งขัน

5.ทีม Greentify คว้าอันดับ 5 จากหมวดความยั่งยืน นำเสนอ แอพพลิเคชั่น Waste Management System ระบบที่ช่วยคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยใช้ระบบ AI Scanner จากภาพถ่ายขยะเพื่อช่วยในการคัดแยก

ตัวอย่างแนวทางธุรกิจ ในอุตสาหกรรมอาหาร

โดยภายในงานยังจัดให้มีการเสวนาเรื่อง Future of Learning in an AI-Driven World โดยวิทยากรจาก OKMD, divana spa, SCB10X, Varuna ผู้ประยุกต์นวัตกรรมโดรนในการใช้เพื่อความยั่งยืน และ What the Duck รวมถึงการออกบูธให้ความรู้ที่จัดขึ้นภายใต้ 3 แนวคิดหลักคือ Innovation, Inspiration และ Imagination อีกด้วย

ผู้สนใจเข้าร่วมการประกวด กว่า 40 ทีม
นายพรยุทธ เม่นมุกดา จากทีม Family Deaf คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1
ทีมที่ได้รับรางวัลอันดับที่ 1-5
การออกบูธภายใต้แนวคิด Innovation, Inspiration และ Imagination