สบส.เผยผลตรวจ รพ. วินิจฉัยพลาด เป็นไปตามมาตรฐาน ชี้เกิดจากเอกซเรย์ 2 มิติ มองไม่เห็นขากรรไกรแตก

18.03.25 | 15:52 น.

จากกรณีเพจสายไหมต้องรอด พาผู้เสียหายมาร้องที่กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากผู้เสียหายจากอุบัติเหตุหกล้ม ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านปากเกร็ด ด้วยสิทธิประกันสังคม แพทย์ทำการรักษาเบื้องต้นด้วยการถอนฟันและเย็บคางที่แตก แต่ภายหลังพบว่าผู้ป่วยมีขากรรไกรแตกหักทั้ง 2 ข้าง โดยผู้ป่วยและญาติเชื่อว่าการวินิจฉัยที่ผิดพลาด จึงขอให้มีการตรวจสอบมาตรฐานการแพทย์

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวว่า วันนี้ตนพร้อมพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลเอกชนที่เกิดเหตุ ซึ่งได้ตรวจดูมาตรฐานโรงพยาบาล การให้บริการทางการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เบื้องต้นพบว่าทางโรงพยาบาลได้ให้การรักษาตามอาการของผู้ป่วย ที่ได้เดินทางมารักษาในห้องฉุกเฉิน แพทย์จึงทำการส่งเอกซเรย์ด้วยเครื่องแบบ 2 มิติ จากนั้นได้มีการรักษาตามอาการที่พบ ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยมีความประสงค์ให้แพทย์ทำการถอนฟัน แพทย์จึงถอนฟัน เย็บแผล และให้ผู้ป่วยกลับบ้าน

ทพ.อาคมกล่าวว่า ส่วนปัญหาเรื่องของกระดูกกรามแตกหักนั้น เนื่องจากเป็นเครื่องเอกซเรย์ 2 มิติทำให้ภาพที่เห็นอาจจะไม่ชัดเท่ากับการใช้เครื่องเอกซเรย์ 3 มิติ แพทย์ผู้ทำการรักษาจึงไม่เห็นจุดที่แตกหักบริเวณกระดูกกราม ซึ่งเรื่องนี้สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากเครื่องเอกซเรย์ 2 มิตินั้นมีความละเอียดเพียงเบื้องต้น จึงทำให้มองไม่เห็นจุดแตกหัก เพราะมองได้ยาก ดังนั้น หากต้องการให้เห็นภาพชัดจะต้องใช้เครื่องเอกซเรย์ 3 มิติเพื่อให้เป็นภาพพาโนรามิก แต่หลักๆ แล้วก็ต้องดูอาการของผู้ป่วย ถ้าไม่มั่นใจก็ต้องส่งต่อเพื่อให้มีการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

“ทางโรงพยาบาลพร้อมที่จะดำเนินการดูแลผู้เสียหาย สบส. จึงได้ประสานผู้เสียหายให้เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยร่วมกัน ซึ่งจะมีการประเมินค่าเสียหาย การเยียวยาด้วยราคากลางเหมาะสม เพื่อให้ทางโรงพยาบาลชดใช้ตามจำนวนนั้น” ทพ.อาคม กล่าว

เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยผิดพลาดหรือเกิดจากความผิดพลาดของเครื่องมือที่ใช้ ทพ.อาคม กล่าวว่า เบื้องต้นอาจจะเป็นเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการวินิจฉัย แต่จากการตรวจสอบมาตรฐานโรงพยาบาล ไม่พบความผิดปกติ และมีความพร้อมในการให้บริการ

Advertisement

ถามต่อว่ากรณีดังกล่าวถือว่ามีความผิดอย่างไร ทพ.อาคม กล่าวว่า เครื่องมือที่ใช้เป็นไปตามมาตรฐาน ส่วนเรื่องของความผิดนั้นเป็นอำนาจของสภาวิชาชีพที่เกี่ยว เช่น ทันตแพทย์สภา แพทยสภา เป็นต้น ซึ่งจะต้องดูพฤติกรรมรักษาว่า เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่

เมื่อถามถึงการส่งต่อการรักษาผู้ป่วยกรณีดังกล่าว ทพ.อาคม กล่าวว่า เบื้องต้นโรงพยาบาลเอกชนที่เกิดเหตุนั้นมีโรงพยาบาลรับส่งต่ออยู่แล้วแต่ผู้ป่วยไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาลนั้น และแสดงความประสงค์จะไปโรงพยาบาลแห่งอื่นที่มีความมั่นใจ จึงมาขอใบส่งตัวจากโรงพยาบาลที่เกิดเหตุแล้ว

“หากผู้ป่วยไม่พึงพอใจการรักษาหรือไม่มั่นใจในมาตรฐานการรักษาของโรงพยาบาล ก็สามารถเลือกไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นได้ เป็นสิทธิของผู้ป่วยที่สามารถทำได้ ส่วนสิทธิการรักษาพยาบาลก็จะขึ้นอยู่กับกองทุน อย่างกรณีดังกล่าวเป็นกองทุนประกันสังคม ดังนั้น กองทุนประกันสังคมจะต้องมาดูแลกรณีดังกล่าว เพื่อให้ผู้ป่วยได้ไปรักษาต่อในโรงพยาบาลอื่น” ทพ.อาคม กล่าว