กก.ควบคุมน้ำเมา คลอดมาตรการ ‘ดริงก์สงกรานต์’ มอบ อสม.เคาะประตูเตือนวงเหล้า

18.03.25 | 16:18 น.

กก.ควบคุมน้ำเมา คลอดมาตรการ ‘ดริงก์สงกรานต์’ มอบ อสม.เคาะประตูเตือนวงเหล้า

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.สุทัศน์ โชตนะพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมการประชุม เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงจากการดื่มแล้วขับ เนื่องจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญของการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั้งกับตัวผู้ดื่มและผู้อื่น จากข้อมูลของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน พบว่า การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 เกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 2,044 ครั้ง ลดลงจากปี 2566 ร้อยละ 7.22 โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2,060 คน และเสียชีวิต จำนวน 287 คน ซึ่งดื่มแล้วขับเป็นสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ร้อยละ 22.7 ลดลงจากปี 2566 รถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คือ รถจักรยานยนต์ และข้อมูลจากระบบรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ กระทรวงสาธารณสุข (PHER Plus) พบว่า อัตราผู้ใช้รถใช้ถนนดื่มขับล้มเอง ทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางถนนภาพรวมทั่วประเทศ เทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 พบว่า รถจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุร้อยละ 91.32 เป็นผู้ที่ดื่มแล้วขับ และพบว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ดื่มแล้วขับเกิดอุบัติล้มเอง จำนวน 2,160 ราย ร้อยละ 46.94 ของจำนวนจักรยานยนต์ที่ดื่มแล้วขับ

ด้าน นพ.ภาณุมาศ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะคงยึด 4 มาตรการหลักควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ 1.มาตรการขับเคลื่อนแบบบูรณาการ 2.มาตรการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ 3.มาตรการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงระดับชุมชน และ 4.มาตรการการบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้แนวคิด 3 ต “ตระเตรียม – ติดตาม – ตักเตือน” โดยประสานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้ดำเนินมาตรการเข้าถึงชุมชนแบบ “เคาะประตูบ้าน” รณรงค์มาตรการ 3 ต. ดำเนินการกับ 15 ครัวเรือน ที่รับผิดชอบ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับครัวเรือนเป้าหมายในการดูแล ได้แก่ ครัวเรือนที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครัวเรือนที่มีการตั้งวงดื่มแอลกอฮอล์ และครัวเรือนที่มีเยาวชนขับขี่รถจักรยานยนต์

นพ.ภาณุมาศ กล่าวว่า สำหรับแนวดคิด 3 ต. ได้แก่ 1.ตระเตรียม ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี 2.ติดตาม ดูแลห่วงใยความปลอดภัยในชุมชน ขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน และคนในครอบครัวเรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะการขับขี่รถจักรยานยนต์ รวมถึงให้ความสำคัญกับประเด็น “ดื่มไม่ขับ” / “ขับขี่ปลอดภัย ระวังอันตรายจากถนนเปียกลื่น” เป็นต้น 3.ตักเตือน ผู้มีความเสี่ยงอุบัติเหตุ โดย อสม. เป็นผู้ให้ความรู้วิธีการสังเกตและประเมินอาการมึนเมาสุราเบื้องต้นให้กับคนในชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ประจำด่านชุมชน เพื่อให้เข้าใจและสามารถนำวิธีการไปใช้สังเกตผู้มึนเมาสุรา เพื่อตักเตือนผู้มึนเมาสุราไม่ให้ขับขี่ยานพาหนะป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ โดยจะเสนอคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ เพื่อทราบต่อไป

Advertisement

นพ.ภาณุมาศ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้มีการพิจารณาเห็นชอบ ให้มีการแก้ไขปรับปรุงร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังคงให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เฉพาะ 2 ช่วงเวลา ได้แก่ 11.00 – 14.00 น. และ 17.00 – 24.00 น. เช่นเดิม โดยกำหนดข้อยกเว้นการขายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ และการขายในสถานบริการซึ่งเป็นไปตามกำหนดเวลาเปิดปิดของสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการทางคณะกรรมการได้พิจารณาแก้ไขข้อความจาก “อาคารท่าอากาศยานนานาชาติ” เป็น “อาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ” และเพิ่มข้อยกเว้น สำหรับการขายในโรงแรม ตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมเท่านั้น โดยจะนำร่างประกาศดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็นและดำเนินการตามขั้นตอน ของกฎหมายต่อไป