กรมควบคุมโรคกังวล ‘ไข้หวัดใหญ่’ ระบาด เผยกระจายวัคซีนลงพื้นที่แล้ว ขอกลุ่มเสี่ยงฉีดป้องกัน
วันนี้ (20 มีนาคม 2568) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยในการแถลงข่าว “มีนาใส่ใจ ป้องกันโรคภัยหน้าร้อน” ว่า โรคไข้หวัดใหญ่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 14 มีนาคม พบผู้ป่วยสะสม 211,194 ราย เสียชีวิต 236 รายส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ต้องติดตามใกล้ชิด พบการป่วยมากในเด็ก 5-9 ปี และมีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนส่วนใหญ่ในโรงเรียน

ทั้งนี้ ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ แนะนำปฏิบัติตามสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด การสวมหน้ากากอนามัยยังจำเป็น และแนะนำกลุ่มเสี่ยงรับวัคซีนทุกปี ซึ่งปีนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดซื้อวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ เพิ่มให้กลุ่มเสี่ยงจาก 4.5 ล้านโดส เป็น 6 ล้านโดส กำหนดฉีดวันที่ 1 พฤษภาคม – วันที่ 31 สิงหาคม 2568 และขณะนี้มีการกระจายวัคซีนขั้วโลกเหนือ 9 หมื่นโดส ไปยังจังหวัดที่มีการระบาด
พญ.จุไร กล่าวว่า ส่วนโรคไข้เลือดออกควบคุมได้ดี เคสน้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่ไม่ประมาท เพราะยังพบผู้เสียชีวิตในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว มีภาวะอ้วน และการใช้กลุ่มยาต้านการอักเสบเอ็นเสด ขณะที่ โรคอาหารเป็นพิษ แนวโน้มพบมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ มีผู้ป่วยสะสมแล้วเกือบ 4 หมื่นราย ยังไม่พบผู้เสียชีวิต พบมากในกลุ่มเด็ก 5-9 ปี แหล่งระบาดที่พบเป็นกลุ่มก้อนในโรงเรียน ต้องเน้นย้ำกินสุกร้อนสะอาด ขณะที่โรคไข้ดำแดง พบผู้ป่วยมากขึ้นเมื่อเทียบ 5 ปีย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 13 มีนาคม พบผู้ป่วยสะสม 1,693 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็ก 5-9 ปี

ด้าน นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุม กล่าวถึงสถานการณ์โรคปอดอักเสบ ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 14 มีนาคม มีผู้ป่วยสะสม 111,552 คน พบมากในกลุ่มเด็กเล็ก 0-4 ปี เสียชีวิต 149 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ แนวโน้มสถานการณ์ลดลง แต่ยังสูงกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนโรคในต่างประเทศ โรคไข้หวัดนก ยังพบมีรายงานเป็นระยะโดยเฉพาะสายพันธุ์ A (H5N1) ซึ่งติดจากสัตว์สู่คน ยังไม่พบติดจากคนสู่คน โดยที่กัมพูชาปี 2568 พบ 2 ราย ล่าสุด พบเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เสียชีวิตทั้ง 2 ราย และที่สหรัฐอเมริกา ปี 2568 พบผู้ป่วย 70 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยติดจากฟาร์มโคนมและสัตว์ปีก ล่าสุดมีการเน้นเฝ้าระวังโรคในแมวด้วย ความเสี่ยงการระบาดในไทยยังต่ำ แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง
นพ.วีรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนฝีดาษวานร ยังพบการระบาดสูงในต่างประเทศ โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ตั้งต้นต้นปี 2568 ประเทศไทยมีผู้ป่วย 8 ราย เป็นสายพันธุ์ Clade1b จำนวน 3 ราย เป็นเคสนำเข้า ซึ่งหายป่วยแล้ว ยังไม่มีการระบาดในประเทศจนเกิดเคสต่อเนื่อง และอีก 5 ราย เป็นสายพันธุ์ Clade 2 การเฝ้าระวังยังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

