วันนี้อย่าลืมนัด! นับถอยหลัง 2 ทุ่มครึ่ง ‘ปิดไฟ1ชั่วโมง’ ให้โลกได้พักร้อน

22.03.25 | 15:03 น.

วันนี้อย่าลืมนัด! กทม.นับถอยหลัง ‘ปิดไฟ 1 ชั่วโมง’ ให้โลกได้พัก พร้อมกับ 190 ประเทศ

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม เนื่องใน ‘วันปิดไฟโลก’ วันสำคัญด้านการรณรงค์สิ่งแวดล้อมระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นวันเสาร์สุดท้ายของเดือนมีนาคมในทุกปี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดโลกร้อน หยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยในปีนี้ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์ “กิจกรรม 60+ Earth Hour 2025 : ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน” ซึ่งปีนี้กำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม เวลา 20.30-21.30 น.

นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เผยถึงการขอความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า และประชาชน รวมทั้งสื่อมวลชนทุกแขนง ลดการใช้พลังงานและปิดไฟที่ไม่จำเป็น เช่น ไฟประดับ ไฟอาคาร ตึกสูง ป้ายโฆษณา ไฟบ้านเรือน และการถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งานลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ในอาคารบ้านเรือน เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมเชิญชวนร่วมแชร์การมีส่วนร่วมกิจกรรมในโซเชียลมีเดีย ด้วยการติดแฮชแท็ก คำว่า #EarthHour2025 หรือ #BiggestHourForEarth หรือ #MyHourForEarth

 

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ยังได้ขอความร่วมมือสถานที่ปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ 5 สถานที่หลักในปีนี้ ได้แก่ 1.วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร 2.วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ 3.เสาชิงช้า เขตพระนคร 4.สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด และ 5.ภูเขาทอง (วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) เขตป้อมปราบฯ ขณะที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้ประกอบการเจ้าของอาคาร/สถานที่ในพื้นที่เขต พร้อมใจกันร่วมปิดไฟเชิงสัญลักษณ์บริเวณอาคาร บ้านเรือนในถนน

Advertisement

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว จะดำเนินพร้อมกับ 7,000 เมือง 190 ประเทศทั่วโลก โดย กทม.เชิญชวนประชาชนร่วมกันปิดไฟที่ไม่ใช้งาน รวมพลังเพื่อดูแลโลกของเรา ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2025) พร้อมกันทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 20.30-21.30 น.

เริ่มต้นง่ายๆ ได้ที่บ้านเรา เพียงแค่ช่วยกันปิดไฟดวงที่ไม่ได้ใช้งาน ถอดปลั๊กอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ ก็สามารถช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟแล้ว ยังเป็นการช่วยชาติประหยัดพลังงาน ประหยัดงบประมาณ และช่วยรักษ์โลกรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โดยหากเกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจนเป็นกิจวัตรในชีวิตประจำวัน จะช่วยผลักดันให้การลดใช้พลังงานไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย