5 แลนด์มาร์กกรุงเทพฯ ร่วมปิดไฟ 1 ชม. พร้อม 7,000 เมือง 190 ประเทศ ชูธงลดโลกร้อน

22.03.25 | 23:00 น.

5 แลนด์มาร์กกรุงเทพฯ ร่วมปิดไฟ 1 ชม. พร้อม 7,000 เมือง 190 ประเทศ ชูธงลดโลกร้อน


เมื่อวันที่ 22 มีนาคม เนื่องใน ‘วันปิดไฟโลก’ วันสำคัญด้านการรณรงค์สิ่งแวดล้อมระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นวันเสาร์สุดท้ายของเดือนมีนาคมในทุกปี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดโลกร้อน หยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยในปีนี้ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์ “กิจกรรม 60+ Earth Hour 2025 : ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน” ในเวลา 20.30-21.30 น.

โดยกรุงเทพมหานคร ได้ขอความร่วมมือสถานที่ปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ 5 สถานที่หลักในปีนี้ ได้แก่

1.วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

Advertisement

2.วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่

3.เสาชิงช้า เขตพระนคร

4.สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด

5.ภูเขาทอง (วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) เขตป้อมปราบฯ ขณะที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้ประกอบการเจ้าของอาคาร/สถานที่ในพื้นที่เขต พร้อมใจกันร่วมปิดไฟเชิงสัญลักษณ์บริเวณอาคาร บ้านเรือนในถนน.

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ดำเนินพร้อมกับ 7,000 เมือง 190 ประเทศทั่วโลก โดย กทม.เชิญชวนประชาชนร่วมกันปิดไฟที่ไม่ใช้งาน รวมพลังเพื่อดูแลโลกของเรา ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2025) พร้อมกันทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 20.30-21.30 น.

ทั้งนี้ ผลการคำนวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าช่วงเวลาดังกล่าวในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยการไฟฟ้านครหลวง พบว่าสามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 134 เมกะวัตต์ เมื่อเทียบกับการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครในวันเสาร์ก่อนหน้า คือวันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568 ในช่วงเวลาเดียวกัน สามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้ 621,746 บาท ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 58.6 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เทียบได้กับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 5,860 ต้น ใน 1 ปี (ไม้ยืนต้น 1 ต้น สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อปี) เทียบกับเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จำนวน 485 เที่ยวบิน หรือการใช้รถยนต์ดีเซลเป็นระยะทาง 351,600 กิโลเมตร หรือเทียบกับการปิดไฟครัวเรือน 263,700 ครัวเรือน

กรุงเทพมหานคร ได้ให้ความสำคัญต่อปัญหาภาวะโลกร้อนซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก จึงได้รณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนและทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในกิจกรรมที่ดำเนินการคือกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน รณรงค์ในกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2551 ผลจากการจัดกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour) ย้อนหลัง 3 ปี สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ รวม 138.65 เมกะวัตต์ และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 36.2 ตัน

โดยปี 2567 ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้ 24.65 เมกะวัตต์ และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 11 ตัน ส่วนปี 2566 ลดปริมาณไฟฟ้าได้ 36 เมกะวัตต์ และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 5.2 ตัน และปี 2565 ลดปริมาณไฟฟ้าได้ 78 เมกะวัตต์ และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนได