กรมควบคุมโรค ให้ ‘คาถา 5 ย.’ ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าระบาดช่วงหน้าร้อน

25.03.25 | 10:56 น.

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง วันที่ 23 มีนาคม 2568 พบว่าประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้ายืนยันแล้วจำนวน 3 ราย ที่ ชลบุรี ศรีสะเกษ และฉะเชิงเทรา โดยทั้ง 3 ราย ถูกสุนัขกัดและไม่ไปพบแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหลังสัมผัสกับสัตว์ที่เป็นโรค ทั้งนี้ จากข้อมูล ณ วันที่ 10 มีนาคม ยังพบสัตว์ที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าแล้วจำนวน 58 ตัว และจากการตรวจสอบตัวอย่างทั้งหมด 937 ตัว พบสัตว์ติดเชื้อร้อยละ 6.19 โดยพบการติดเชื้อสูงสุดในสุนัข รองลงมาเป็นโค กระบือ และแมว โดยกรมปศุสัตว์ได้ประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราวตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 เพื่อควบคุมโรคในสัตว์ให้ได้ภายใน 30 วัน และป้องกันการแพร่กระจายของโรคไปยังพื้นที่อื่นๆ

นพ.ภาณุมาศ กล่าวว่า โรคพิษสุนัขบ้าสามารถเกิดได้ตลอดปี แต่ช่วงอากาศร้อน สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขและแมวเกิดอาการหงุดหงิดได้ง่าย คนที่ใกล้ชิดสัตว์จึงมีโอกาสเสี่ยงถูกจู่โจมและ กัดได้บ่อย นอกจากนี้ เมื่อสัตว์หงุดหงิดก็อาจทำให้สัตว์กัดกันเอง จนทำให้สัตว์ที่ไม่ได้ติดเชื้อติดเชื้อได้ จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมหน้าร้อนถึงพบผู้ป่วยหรือสัตว์ที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้าสูงกว่าฤดูกาลอื่น ขอให้ประชาชนระมัดระวังและป้องกันตนเองจากโรคพิษสุนัขบ้า โดยใช้ “คาถา 5 ย.” คือ 1.อย่าแหย่ -อย่าแหย่ให้สุนัขโกรธหรือโมโห 2.อย่าเหยียบ – อย่าเหยียบสุนัข หรือทำให้มันตกใจ 3.อย่าแยก – อย่าใช้มือเปล่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกัน 4.อย่าหยิบ – อย่าหยิบชามอาหารของสุนัขขณะกำลังกิน และ 5.อย่ายุ่ง – อย่ายุ่งกับสุนัขที่ไม่รู้จักหรืออยู่นอกบ้าน รวมถึงสุนัขที่ไม่ทราบประวัติ

นพ.ภาณุมาศ กล่าวต่อว่า ขอให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์หรือซากสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า และไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่มีเชื้อโรคหรือดื่มน้ำนมจากสัตว์ที่ติดโรคนี้ หากประชาชนถูกสุนัข กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบ “ล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ ฉีดวัคซีนให้ครบ” คือ ให้รีบล้างแผลด้วยน้ำ และสบู่นาน 10 – 15 นาที ใส่ยาฆ่าเชื้อ รีบไปพบแพทย์เพื่อพิจารณารับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบชุด กักสัตว์เพื่อดูอาการอย่างน้อย 10 วัน หากสัตว์เสียชีวิตให้ส่งสัตว์ตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า นอกจากนี้ผู้เลี้ยงควรนำสุนัข และแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เป็นประจำทุกปี ซึ่งจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันโรคในสัตว์อยู่สูงถึงระดับที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ ในแต่ละปีจะมีการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ ผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ท่านอาศัยอยู่ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422