‘สมศักดิ์’ห่วงสถานการณ์ PM2.5 ใน 62 จว. กำชับสธ.ดูแลต่อจนฝุ่นหมด ไม่กระทบสุขภาพปชช.
วันนี้ (25 มีนาคม) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ว่าในช่วงนี้หลายพื้นที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานถึง 62 จังหวัด และมีค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 3 วันขึ้นไป ถึง 59 จังหวัด โดยมีการคาดการณ์คุณภาพอากาศช่วง 1-2 วันข้างหน้า ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ตนจึงได้กำชับ สธ.ให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างเต็มที่ ส่วนในระยะที่ผ่านมา สธ. ก็ได้ดำเนินการคือ 1.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ จัดทีมปฏิบัติการทางการแพทย์ “ทีมพิเศษฉุกเฉินสุขภาพ” หรือทีม “SHERT : Special Health Emergency Response Team” ลงพื้นที่ดูแลกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอ 954 ทีม ทั้งสิ้น 2,547,240 ราย

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า 2.จัดทำระบบนัดหมายผ่านแอพพลิเคชั่น “หมอพร้อม” เปิดระบบนัดหมายในโรงพยาบาล จำนวน 117 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการ 15 แห่ง เป้าหมายในโรงพยาบาล 132 แห่ง ทั่วประเทศ 3.คลินิกมลพิษและเวชกรรมสิ่งแวดล้อม โดยเปิดให้บริการแล้วกว่า 67 จังหวัด จำนวน 348 แห่ง ทั้งออนไลน์และออนไซต์ มีผู้เข้ารับบริการ 3,083 ราย เป็นผู้มีโรคประจำตัว 781 ราย 4.สำรองหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นที่หน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง โดยเป็นหน้ากากอนามัยชนิดใช้แล้วทิ้ง จำนวน 6,210,311 ชิ้น และหน้ากาก N95 จำนวน 465,718 ชิ้น ซึ่งแจกประชาชนไปแล้วกว่า 3 ล้านชิ้น
นายสมศักดิ์กล่าวต่อไปว่า 5.ห้องปลอดฝุ่นครอบคลุมทั่วประเทศ จำนวนมากกว่า 17,964 ห้อง ใน 74 จังหวัด รองรับกลุ่มเสี่ยง 1.9 ล้านราย โดยมีผู้รับบริการแล้วถึง 361,880 ราย ซึ่งจากการสำรวจพบว่า เด็กที่อยู่ในห้องปลอดฝุ่นมีอาการที่เกี่ยวกับการสัมผัสฝุ่นละอองในระดับน้อยมาก หรือแทบไม่มี และ 6.สนับสนุนมุ้งสู้ฝุ่น จำนวน 1,377 ชุด ใน 35 จังหวัดเสี่ยงสูง โดยมีประสิทธิภาพการลด PM2.5 ระหว่างร้อยละ 40-80 และจากการประเมินผลจากผู้ใช้งาน พบว่า ร้อยละ 87 มีความพึงพอใจต่อการใช้งานมุ้งสู้ฝุ่นเป็นอย่างมาก
“ทั้งนี้ การดำเนินการของ สธ.ในการดูแลภัยสุขภาพของพี่น้องประชาชน ก็ได้บูรณาการทุกหน่วยงานดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพให้ได้มากที่สุด ผมจึงเน้นย้ำให้ สธ.ดำเนินการตามมาตรการดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 จะดีขึ้น จนไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน” นายสมศักดิ์กล่าว

