บอร์ดประกันสังคม เคาะแล้ว ขยายเวลารักษา 2 โรคเร่งด่วน เริ่ม 1 เม.ย.-31 ธ.ค.68

25.03.25 | 14:55 น.

บอร์ดประกันสังคม เคาะขยายเวลารักษา 2 โรคเร่งด่วน ถึงสิ้นปี’68 ตั้ง ‘อนุสรณ์ ธรรมใจ’ หัวโต๊ะถกสูตรบำนาญใหม่

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่สำนักงานประกันสังคม จ.นนทบุรี นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 ครั้งที่ 6/2568 ที่มี นายมนตรี ฐิรโฆไท กรรมการประกันสังคม สัดส่วนนายจ้าง เป็นประธานการประชุม ว่าการประชุมในวันนี้มีการพิจารณาขยายการเข้าถึงการรักษาใน โครงการ SSO 515 โดยเป็นการบันทึกข้อตกลงกับโรงพยาบาล (รพ.) ที่มีศักยภาพในการยกระดับการรักษาโรคสำคัญ โดยการประชุมวันนี้เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับ หัตถการโรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่เดิมหมดเวลาไปเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งในที่ประชุม มีมติอนุมัติขยายเวลาดำเนินโครงการให้เป็นวันที่ 1 เมษายน 2568 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

“ถือว่าเป็น 2 โรคสำคัญที่ทำให้ผู้ประกันตนเข้าถึงการรักษาด้วยความรวดเร็ว โดยภายใน 15 วัน ผู้ประกันตนต้องได้รับการผ่าตัด และมีการกำหนด รพ.ที่สามารถเข้ารับการรักษาได้นอกเหนือจาก รพ.ตามสิทธิประกันสังคม รวมถึงการกำหนดใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากและช่องท้องทวารหนัก เริ่มวันที่ 1 เมษายน 2568” นางมารศรีกล่าว

เลขาธิการ สปส.กล่าวอีกว่า ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ การปรับสูตรคำนวณบำนาญชราภาพ แบบ CARE (Career-Average Revalued Earnings) หรือ เฉลี่ยตลอดการทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องสืบเนื่องจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา ในที่ประชุมมีมติให้ สปส.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 (เฉพาะกิจ) โดยมี นายอนุสรณ์ ธรรมใจ เป็นประธาน ร่วมกับผู้แทนของ สปส. และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อร่วมกันประชุมและพิจารณาสูตรบำนาญชราภาพให้มีความเป็นธรรมเพิ่มมากขึ้น หรือมีประเด็นใดตกหล่นหรือไม่ โดยเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม นางมารศรีกล่าวว่า วันนี้ปลัดกระทรวงแรงงานติดภารกิจที่สภาผู้แทนราษฎร โดยได้แจ้งในที่ประชุมได้ทราบล่วงหน้าแล้ว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเพิ่มระบบบริการทางการแพทย์ดังกล่าว สปส.ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) การให้บริการทางการแพทย์กับสถานพยาบาลที่มีศักยภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยนำร่องรักษาผู้ประกันตนประเภทผู้ป่วยใน 2 กลุ่มโรค ได้แก่

1.หัตถการโรคหลอดเลือดสมอง รักษาหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันด้วยการทำหัตถการ Thrombectomy ภายใน 6 ชั่วโมงนับตั้งแต่ที่มาถึงโรงพยาบาล มีสถานพยาบาล 40 แห่ง ได้แก่ รพ.จุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ จ.สมุทรปราการ, รพ.เทพธารินทร์ กทม., รพ.เกษมราษฎร์บางแค กทม., รพ.เวิล์ดเมดิคอล จ.นนทบุรี, รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม กทม., รพ.ศิครินทร์ กทม., รพ.วิภาราม กทม., รพ.เกษมราษฎร์ประชาชื่น กทม., รพ.พญาไท นวมินทร์ กทม., รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์ กทม., รพ.เพชรเวช กทม., รพ.ไทยนครินทร์ กทม., รพ.กล้วยน้ำไท กทม., รพ.เกษมราษฎร์รามคำแหง กทม., รพ.แพทย์รังสิต จ.ปทุมธานี, รพ.ราชธานี จ.อยุธยา, รพ.วิภารามปากเกร็ด จ.นนทบุรี, รพ.ภัทร-ธนบุรี จ.ปทุมธานี, รพ.เกษมราษฎร์ศรีบุรินทร์ จ.เชียงราย, รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี, รพ.พัทลุง, รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ จ.สงขลา, รพ.มงกุฎวัฒนะ กทม., รพ.รามาธิบดี กทม., รพ.กรุงเทพภูเก็ต จ.ภูเก็ต, รพ.ซีจีเอส สายไหม กทม., รพ.บุรีรัมย์, รพ.ระยอง, รพ.กรุงเทพราชสีมา จ.นครราชสีมา, รพ.กรุงไทพสนามจันทร์ จ.นครปฐม, รพ.เกษมราษฎร์อินเตอร์ รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี, รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ กทท., รพ.วชิระภูเก็ต, รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์, รพ.หัวเฉียว กทม., รพ.มหาชัยเพชรรัตน์ จ.เพชรบุรี, รพ.สุราษฎร์ธานี, รพ.เปาโลพหลโยธิน กทม., รพ.กรุงเทพเวสเทิร์น จ.นนทบุรี และ รพ.ราชวิถี กทม.

2.หัตถการโรคหัวใจและหลอดเลือด 7 หัตถการ กรณีอาการฉุกเฉินให้ทำหัตถการภายใน 60 นาที มีสถานพยาบาล 12 แห่ง ได้แก่ สถาบันประสาทวิทยา กทม., รพ.วิภาราม กทม., รพ.เกษมราษฎร์รามคำแหง กทม., รพ.พระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี, รพ.ระยอง, รพ.บุรีรัมย์, รพ.สุราษฎร์ธานี, รพ.ยโสธร, รพ.พัทลุง, รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์, รพ.ลำพูน และ รพ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี

โดยมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ผู้ประกันตนสามารถไปตรวจที่สถานพยาบาลตามสิทธิ หรือสถานพยาบาลอื่นและให้สถานพยาบาลตามสิทธิส่งตัว หรือผู้ประกันตนสามารถนำผลการตรวจและเอกสารที่แพทย์ประเมินว่ามีความจำเป็นต้องผ่าตัดหรือทำหัตถการ ไปยังสถานพยาบาลที่ทำความตกลงข้างต้น โดยสถานพยาบาลที่ทำความตกลงจะให้การดูแลจนสิ้นสุดการรักษา กรณีที่มีการรักษานอกเหนือจากการผ่าตัดหรือทำหัตถกรรมที่กำหนด ให้กลับไปรักษาสถานพยาบาลตามสิทธิ ผ่านการส่งตัวโดยโรงพยาบาลที่ทำความตกลง