ชัชชาติ เฝ้าวอร์รูมทั้งคืน เล็งถกจริงจัง ‘SMSแจ้งเหตุ’ ติดเซ็นเซอร์ใน รพ.- ตึกสำคัญ
เนื่องด้วยวันที่ 28 มีนาคม เวลาประมาณ 13.20 น. เกิดสถานการณ์แผ่นดินไหว ที่เมียนมา ส่งผลกระทบกับหลายจุดทั่วประเทศ โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการกรุงเทพฯ จึงประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็น ‘เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย’ เพื่อให้ส่วนราชการหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในเขตพื้นที่ประสบภัยดังกล่าวนั้น

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ชั้น 1 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย รองผู้ว่าฯ ทั้ง น.ส.ทวิดา กมลเวช, นายศานนท์ หวังสร้างบุญ, นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่ากทม., นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการ,นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวเหตุแผ่นดินไหว ในพื้นที่กรุงเทพฯ
โดยใจความคือ ‘ประกาศ กทม. เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย‘ พร้อมทั้งรายงานภาพรวมสถานการณ์ โดยล่าสุดประชาชนสามารถเข้าสู่ที่พักอาศัยได้แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อไป รวมถึงข้อสั่งการเขต และโรงพยาบาล ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความเสียหายอาคาร, เรื่องการเคลื่อนย้ายและความปลอดภัยของผู้ป่วย รวมถึงความเสียหายที่ได้รับรายงานตอนนี้ มีประชาชนเสียชีวิต 3 คน
ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับความเสียหาย สามารถโทรแจ้ง 1555 และ Traffy Fondue ได้ เช่นกรณีที่พักอาศัยมีรอยร้าว จะมีการส่งวิศวกรอาสา เข้าไปดำเนินการตรวจสอบ

เวลา 16.50 น. นายชัชชาติ กล่าวตอนหนึ่งว่า ภาพรวมอาคารสูงของ กทม.ยังไม่มีเหตุการณ์ถล่มในอาคารที่ก่อสร้างมานานแล้วทั้ง 100% แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ‘อาคารที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง‘ ซึ่งไม่ประมาท โดยจะส่งสำนักการโยธาฯ ไปตรวจสอบโครงสร้างอาคารที่ กทม. ดำเนินการอยู่ รวมถึงโครงการอุโมงค์ระบายน้ำ และสะพานต่างๆ ที่กำลังก่อสร้างอยู่นั้น ได้เข้าไปดำเนินการตรวจแล้ว พบว่ายังไม่มีปัญหา
เมื่อมีผู้ถามว่า ในเรื่องระบบแจ้งเตือนภัย (SMS) ประชาชนมีความกังวลว่า เกิดเหตุแล้วไม่มีการแจ้งเตือนภัยเข้ามา โดยก่อนหน้านี้ กทม. และรัฐบาลเอง ก็พยามยามลักดันในเรื่องนี้อยู่ จะมีการคุยในเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้นหรือไม่?
นายชัชชาติเผยว่า ในเรื่องระบบเตือนภัยแผ่นดินไหว ยังไม่มีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เนื่องจากการรวบรวมข้อมูลนั้นไม่ง่าย ซึ่งการที่จะสรุปข้อมูลว่าเกิดที่ไหนอย่างไร ต้องใช้เวลา ไม่สามารถประกาศได้ในทันที
“กรณีแผ่นดินไหว เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่มีการพยากรณ์ล่วงหน้าเหมือนฝนตก หรือพายุ จะต้องใช้เวลา กทม.ก็จะรับไปปรับปรุง หากมีข้อที่บกพร่อง แต่ตอนนี้เข้าใจว่ามี Line Alert แจ้งเตือนออกไปแล้ว
ผมว่าหัวใจของแผ่นดินไหวคงจะเป็นเรื่อง ‘การรับมือตอนที่เกิดเหตุ’ ว่าจะต้องทำอย่างไร หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ มีคำแนะนำออกมา จะนำตรงนี้ไปเป็นบทเรียนปรับปรุงให้ดีขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติเผยว่า จริงๆ แล้วเราก็มีข้อกังวล อย่าง ศูนย์บัญชาการฯ (WARROOM) เอง แค่ว่าจะเอาตรงไหนให้ปลอดภัย ตอนแรกคิดว่าจะไปอยู่กลางลานคนเมือง ดีหรือไม่ ก็อาจจะเป็นลมได้จึงเลือกบริเวณนี้
“อาคารเก่าดีอย่างคือจะ over design ออกแบบไว้ค่อนข้างแข็งแรง มั่นคง จึงตั้งศูนย์ที่ชั้น 1 ต้องพิจารณาต่อไปในอนาคตด้วย”
ด้าน นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่ากทม.ด้านโครงสร้างกล่าวว่าอาคารของ กทม.ค่อนข้างมีความมั่นใจ เพราะมีการติดตั้งเครื่องวัดเซ็นเซอร์ ทำให้รู้ว่า แผ่นดินไหวตอนนั้น เมื่อเทียบกับสถานะโครงสร้างของอาคารแล้ว รับได้หรือไม่
“เป็นอีกตัวนึงที่ กทม.จะผลักดัน เพื่อติดเครื่องวัดนี้ กับอาคารสำคัญ เช่น ในโรงพยาบาล เราต้องอพยพผู้ป่วยลงมา แล้วต้องอพยพกลับเข้าไปอีกครั้ง หากรู้ตั้งแต่เบื้องต้นว่าอาคารนั้นสามารถรับได้เท่าไหร่ โดยติดเซ็นเซอร์ไว้ ก็สามารถควบคุมได้ ในอาคารสำคัญ เช่น โรงพยาบาล สถานีดับเพลิง เพื่อประเมินขีดจำกัดในการรัจมือแผ่นดินไหวในระดับโครงสร้าง เมื่อเกิดเหตุครั้งต่อไป จะสามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะต้องอพยพคนออกหรือไม่” นายวิศณุกล่าว

ส่วนกรณี ‘ทาวเวอร์เครน‘ นายชาติกล่าวว่า เป็นตัวที่มีความเปราะบาง แม้แต่ในต่างประเทศก็ตาม เมื่อมีเหตุแผ่นดินไหวจะสั่นค่อนข้างรุนแรง ตรจึงสั่งการให้หยุด และตรวจสอบ ให้มั่นใจก่อน
เมื่อถามถึง เรื่อง ‘แผนเผชิญเหตุ‘ จากการเกิดเหตุครั้งนี้สัมผัสได้ถึงความสับสนในการอพยพหนีภัย จะมีการซักซ้อมเผชิญเหตุแผ่นดินไหว ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงเด็ก เยาวชนในโรงเรียนด้วยหรือไม่ ?
นายชัชชาติกล่าวว่า เรื่องการเผชิญเหตุแผ่นดินไหวในมิติเบื้องต้น ก็อาจจะต้องลงละเอียดมากขึ้น เราอาจจะติดในเรื่องการซ้อมหนีไฟเป็นหลัก แต่ผมว่าแนวทางค่อนข้างคล้ายกันในเรื่องแนวทางการหนี ตนจะรับไปเป็นแนวปฏิบัติ ที่ต้องปรับปรุงให้สอดคล้อง
“เราอาจจะมองว่าแผ่นดินไหวเป็นเรื่องไกลตัว แต่ตอนนี้เราเห็นแล้วว่า มันอาจจะเกิดขึ้นได้รุนแรง เช่น เกิดแผ่นดินไหว เราควรจะไปหลบใต้โต๊ะไหม? ตอนเกิดทุกคนก็สตั้นหมด พอจังหวะเบาลงทุกคนก็เลือกเดินออกมาก่อน คงต้องไปปรับให้เข้มข้น และถูกตามหลักวิชาการมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว และว่า ตนจะอยู่บัญชาการที่ศูนย์ตลอดทั้งคืน หากมีอะไรจะอัพเดต ต่อไป

