ไทยจับมือ 4 ประเทศแก้ปัญหาลอบค้าไม้พะยูง ‘บิ๊กเต่า’หวังกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่หลุดภาวะอันตราย

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพฯ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระหว่างประเทศ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดและค้าไม้พะยูงผิดกฎหมาย โดยมีผู้แทนจาก 4 ประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา ลาว และเวียดนาม เข้าร่วมประชุม

พล.อ.สุรศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ปัญหาการลักลอบค้าไม้พะยูงผิดกฎหมาย โดยประชุมมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 หลังมีการร้องขอจากคณะกรรมการมรดกโลก ขอให้ไทยเร่งแก้ปัญหาการลักลอบค้าไม้พะยูงในพื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ด้วยการร่วมมือระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันการลักลอบตัดไม้ หรือการขนย้ายข้ามแดน เป็นต้น โดยแต่ละประเทศจะนำเสนอผลการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศของตนเอง จากนั้นจะร่วมเสนอแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน ประกอบด้วยการทบทวนกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้อง การอนุรักษ์ป้องกันถิ่นกำเนิด มาตรการบังคับใช้กฎหมาย การเพิ่มศักยภาพบุคลากร สร้างจิตสำนึกสาธารณชน รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ

พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวอีกว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาไทยได้ป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดและค้าไม้พะยูง ซึ่งตามคำสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นให้มีการป้องกันก่อนที่เพื่อพวกค้าไม้จะลักลอบตัด เพราะหากจับกุมภายหลังที่ตัดต้นไม้ไปแล้ว แม้เราจะได้ผู้ต้องหามา แต่เราก็จะเสียต้นไม้ไป ไทยจึงดำเนินการเชิงรุกในการลาดตระเวนในพื้นที่อย่างเข้มข้น สำหรับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ไทยได้ทำรายงานต่อคณะกรรมการมรดกโลก และองค์กรสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) เมื่อเดือนธันวาคม 2559 โดยระบุว่า ไทยมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและมีความก้าวหน้า จึงไม่ควรให้กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในภาวะอันตราย และให้เวลาประเทศไทยดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแก้ปัญหาไม้พะยูงให้แล้วเสร็จในปี 2562 แล้วจึงทบทวนผลการดำเนินงานอีกครั้ง

“ล่าสุดไทยยังพบเสือโคร่ง 18 ตัวในพื้นที่ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ชี้ให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของผืนป่า รวมทั้งการสร้างคอร์ริดอร์เส้นทางเดินสัตว์ข้ามถนนเพื่อความปลอดภัย ถนนสาย 304 เส้นทางทับลาน-เขาใหญ่ จะเป็นเส้นทางเดินและเคลื่อนย้ายของเสือโคร่งจากทับลานไปยังเขาใหญ่ด้วย โดยไทยจะเสนอความคืบหน้าทั้งหมดนี้ต่อคณะกรรมการมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 42 ที่ประเทศโปแลนด์ ระหว่างวันที่ 1-14 กรกฎาคม 2560” รัฐมนตรี ทส.กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ธาม’ แจงลาออกจาก ‘อสมท.’ แล้ว เหตุต้องการเปลี่ยนสายงาน ไม่เกี่ยวถูกพนง.ร้องให้ตรวจสอบ มั่นใจในความถูกต้อง
บทความถัดไปกกต.ชี้ เลือกตั้งท้องถิ่นเป็นโจทย์ใหญ่ ระบุหากเกิดขึ้นจริงเป็นสิ่งที่ดี