ดำรงค์ ชี้ ทราย เจตนาดี แต่ ‘ที่ปรึกษาฯ’ ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย เจอคนทำผิดต้องแจ้งหัวหน้าอุทยานฯ-เจ้าหน้าที่ ไล่นักท่องเที่ยวออกนอกประเทศไม่ได้ ต้องมีวิธีการพูดจา
เมื่อวันที่ 21 เมษายน นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดราม่า นายสิรณัฐ ภิรมย์ภักดี หรือ ทราย สก๊อต ที่ปรึกษากรมอุทยานฯ ที่มีความขัดแย้งกับอธิบดีกรมอุทยานฯ ว่า
ประเด็นนี้ต้องฟังทั้ง 2 ฝ่าย และมีทั้งเรื่องที่ทำถูกและผิด น้องที่เป็นข่าวเป็นคนอายุน้อย มีความมุ่งมั่น อธิบดีกรมอุทยานฯ รู้จักและตั้งเป็นที่ปรึกษาตั้งแต่สมัยเป็นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งกฎหมายกรมทรัพยากรทางทะเลฯ เป็นการดูแลเรื่องทะเลและชายฝั่ง ไม่ได้มีเรื่องการท่องเที่ยวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เมื่อมาอยู่กรมอุทยานฯ นอกจากงานอนุรักษ์ ยังมีในเรื่องการบริการนักท่องเที่ยวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และหากพบว่านักท่องเที่ยวกระทำผิด ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และมีวิธีการพูดจาที่เหมาะสม ไม่ใช่การไล่กลับประเทศซึ่งทำไม่ได้ ตนเชื่อว่าเขาเจตนาดีและหวังดี แต่มันต้องมีวิธีการพูดจา
นายดำรงค์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับตำแหน่งที่ปรึกษาอธิบดีฯ นั้นมี 2 ประเภท ประเภทแรกคือ “มีเงินเดือน” สามารถแต่งตั้งได้ 3 คน ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีความเชี่ยวชาญตามภารกิจนั้นๆ เช่น การเตรียมประกาศจัดตั้งอุทยานฯ เป็นต้น อีกประเภทคือ “แบบไม่มีเงินเดือน” จะตั้งเป็น 100 คนก็ได้ ทำงานในลักษณะเป็นอาสาสมัคร และไม่ได้มีอำนาจเหมือนเจ้าหน้าที่
“สมัยผมไม่ได้มีการตั้งเด็ก มีแต่ตั้งคนแก่ เข้าใจว่าการงานของน้องเขามีเจตนาดี แต่การเป็นที่ปรึกษาอธิบดีฯ ไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมายเหมือนเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หากพบเห็นการกระทำผิด ก็ต้องมีวิธีการพูดจา จะไปไล่กลับประเทศไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องชื่อเสียงของประเทศไทยด้วย หากพบการกระทำความผิด เช่น ตกปลา จับปลา ในอุทยานฯ ก็ตะครุบตัวได้ แล้วต้องส่งตัวหัวหน้าอุทยานฯ หรือเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามกฎหมาย จะจับกุมเองไม่ได้” นายดำรงค์กล่าว
นายดำรงค์กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นในเรื่องปะการังฟอกขาว เกิดจากน้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้น ไม่ได้เกิดจากนักท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เขาเน้นว่าเหมือนเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไม่ดูแล ซึ่งเรื่องนี้มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องกรณี 6 พฤติกรรมข้อร้องเรียนนายทรายนั้น ตนก็ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงในพื้นที่เป็นอย่างไร เรื่องนี้หัวหน้าอุทยานฯ จะรู้ดีที่สุด แต่ที่ปรึกษาฯ จะไปใช้เจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ รถ เรือ ของอุทยานฯ โดยพลการนั้นไม่สามารถทำได้ ต้องมีการขออนุญาตตามขั้นตอนก่อน

