ผู้ตรวจ สธ.เขต 6 ติดตามดูแลผู้บาดเจ็บเหตุบัสชนรถพ่วงปราจีนบุรี พร้อมเยียวยาจิตใจญาติ

21.04.25 | 16:56 น.

ผู้ตรวจ สธ.เขต 6 ติดตามดูแลผู้บาดเจ็บเหตุบัสชนรถพ่วงปราจีนบุรี พร้อมเยียวยาจิตใจญาติ

วันนี้ (21 เมษายน 2568) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขตสุขภาพที่ 6 กล่าวถึงเหตุการณ์รถบัสโดยสารชนกับรถพ่วง 18 ล้อ บริเวณทางลงเขาโทน ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ปราจีนบุรี ได้รายงานว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 01.10 น. ของวันที่ 21 เมษายน 2568

โดยรถบัสให้บริการเส้นทางหนองคาย–อุดรธานี–ระยอง ออกเดินทางจากหนองคายเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางลงเขาลมเบรกหมด ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนรถพ่วงบรรทุกแป้งจนเกิดเพลิงลุกไหม้ที่ด้านหน้าของรถบัส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บ 41 ราย แยกเป็น อาการสาหัส (สีแดง) 2 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 6 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย (สีเขียว) 33 ราย ผู้ป่วยทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือตามแผนการตอบสนองอุบัติเหตุหมู่ของเขตสุขภาพที่ 6 โดยหน่วยกู้ชีพขั้นสูงของโรงพยาบาล     (รพ.) นาดี รพ.กบินทร์บุรี และ มูลนิธิสัจจะพุทธธรรม และนำส่งรักษาต่อที่ รพ.ตามมาตรฐานบริการการแพทย์ฉุกเฉิน

Advertisement

นพ.โสภณ กล่าวว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. มีความเป็นห่วงผู้ป่วยและผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงมอบหมายให้ตนติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานของ รพ.ในพื้นที่ เพื่อให้การดูแลรักษาผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด รวมถึงการชันสูตรศพและส่งร่างกลับภูมิลำเนา พร้อมทั้งจัดส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) จากเครือข่าย รพ.ในเขตสุขภาพที่ 6 ลงพื้นที่ให้การดูแลสุขภาพจิตผู้ประสบเหตุและครอบครัว เพื่อป้องกันผลกระทบทางจิตใจทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เคยเกิดอุบัติเหตุใหญ่ที่บริเวณดังกล่าวมาแล้ว จึงได้กำชับให้หน่วยงานสาธารณสุขทุกแห่งในจังหวัดเตรียมความพร้อมของบุคลากร เวชภัณฑ์ ระบบส่งต่อ และบูรณาการกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำและลดความสูญเสีย

“สำหรับข้อแนะนำเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน มี 7 วิธี 1.ตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง ได้แก่ ยางรถยนต์ ระบบไฟ ที่ปัดน้ำฝน น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำในหม้อน้ำและหม้อพักน้ำ ระบบเบรกและครัตช์ และชุดเครื่องมือประจำรถ 2.งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดขณะขับรถ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนร่วมทาง 3.ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 4.ก่อนขับรถทางไกล ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ง่วงไม่ขับ และหยุดพักรถตามจุดที่กำหนด 5.คาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับรถและสวมหมวกกันน็อคเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง 6.งดการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ และ 7.ขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด” นพ.โสภณ กล่าว