โฆษก สธ.สรุปงานดูแลสุขภาพจิต-เยียวยาใจหลังเหตุแผ่นดินไหวทุกช่องทาง 19,954,427 ครั้ง
วันนี้ (22 เมษายน 2568) น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ฝ่ายการเมือง แถลงว่า นับแต่เกิดเหตุโศกนาฎกรรมแผ่นดินไหวที่สะเทือนถึงประเทศไทย ได้รับความเสียหายหลายจังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ที่อาคารสูงได้รับผลกระทบหลายแห่ง โดยเฉพาะอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ย่านจตุจักร ที่กำลังก่อสร้างพังถล่มได้รับความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และจิตใจ เหตุเกิดเมื่อบ่ายวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา จนถึงบัดนี้เป็นเวลาเกือบ 1 เดือน
น.ส.ตรีชฎา กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามข้อสั่งการของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ สธ.ได้ให้ทุกหน่วยงานในสังกัด สธ.ดูแลประชาชนทั้งด้านการรักษาและการดูแลจิตใจของประชาชนอย่างเต็มที่และทันท่วงที ทั้งนี้ ด้านสุขภาพจิต นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการสื่อสารด้านสุขภาพจิตประชาชน ระดมบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและบริการช่วยเหลือ และการสร้างแรงสนับสนุนและกำลังใจในสังคม

“การปฏิบัติงานดูแลสุขภาพจิตมีทั้ง ON SITE, ON PHONE (สายด่วนสุขภาพจิต) 1323 และ ON AIR อย่างต่อเนื่อง ยอดการเข้าถึงทุกช่องทาง 19,954,427 ครั้ง ลักษณะผู้ได้รับผลกระทบ แบ่งเป็น ผู้บาดเจ็บ 5 ราย, ผู้อยู่ในเหตุการณ์ 168 ราย, ญาติผู้เสียชีวิต 221 ราย, ญาติผู้บาดเจ็บ 148 ราย, ผู้สูญเสียบ้าน/ทรัพย์สิน 1 ราย, ผู้รับรู้เหตุการณ์ 61 ราย และเจ้าหน้าที่ผู้ให้การช่วยเหลือ 52 ราย ผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด 604 ราย ผู้ใหญ่ อายุมากกว่า 18 ปี 562 ราย เด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี 42 ราย ประเมินความเสี่ยงแตกต่างกันทั้งเสี่ยงสูง กลาง ต่ำและมีจำนวนน้อยที่ยังไม่ประเมิน” น.ส.ตรีชฎา กล่าว
โฆษก สธ.กล่าวว่า จากการประมวลข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 21 เมษายน 2568 กลุ่มประชาชนที่ประสบปัญหาสุขภาพจิต แบ่งเป็น ผู้ป่วยจิตเวช 138 สาย ผู้ติดตามสถานการณ์ 90 สาย ครอบครัวญาติผู้ใกล้ชิดผู้ที่ได้รับผลกระทบ 36 สาย ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์ 284 สาย ด้านแผนการสื่อสารความเสี่ยง เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนกลับไปสู่การใช้ชีวิตแบบปกติ มีการปักหมุดแชร์ทุกวัน ผ่านสายด่วน และ วัดใจ.com แบ่งได้ดังนี้ ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ฟื้นตัวทางจิตใจอย่างต่อเนื่อง การให้คำปรึกษาระยะยาว และเน้นการสร้างความมั่นใจในการกลับคืนสู่ชีวิตประจำวัน, ครอบครัวและชุมชน วิธีการดูแลสุขภาพจิตของคนในครอบครัวและชุมชน โดยส่งเสริมการสนับสนุนซึ่งกันและกัน สาธารณชนทั่วไป สร้างสังคมแห่งความร่วมมือและความสงบ ลดการใช้ความโกรธในการแก้ปัญหาและเน้นการช่วยเหลือกัน ผู้ปฏิบัติงาน ดูแลใจตนเอง ป้องกันภาวะล้า ผ่านสายด่วน 1323 ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) ลงพื้นที่ ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์จากสื่อมวลชนและหลายภาคส่วนเป็นอย่างดี
“จากการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ของบุคลากรกรมสุขภาพจิต ส่งผลให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการดูแลสุขภาพอย่างดี กล่าวคือ ได้รับการเยียวยาจิตใจในเวลาที่กำหนด ได้รับการเยียวยาจิตใจจนความเสี่ยงลดลง และอยู่ในระดับต่ำ รัฐมนตรีว่าการ สธ.คอยติดตามการช่วยเหลือประชาชนตลอดและกำชับการดูแลประชาชนให้ดีที่สุดเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น” น.ส.ตรีชฎา กล่าว

