อธิบดีกรมจัดหางาน ชี้ต่างชาติใช้วีซ่า น.ศ.แฝงตัวทำงานผิดกม. จ่อตรวจสอบเคสวิศวกรจีน
จากกรณีมีการตั้งข้อสังเกตการสวมสิทธิวิศวกรจีนที่คุมไซต์งานก่อสร้างในประเทศไทย โดยอาศัยวีซ่านักศึกษา เข้ามาทำงานในโครงการต่างๆ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าวว่า จากการที่ชาวต่างชาติเข้ามาเรียนในไทย โดยใช้วีซ่านักศึกษา แต่สวมสิทธิเข้ามาทำงานหรือประกอบอาชีพจริงจังนั้น ถือว่าผิดกฎหมาย ยกเว้นกรณีฝึกงาน เพื่อประกอบหลักสูตรของมหาวิทยาลัยที่เข้ามา ก็ไม่มีปัญหา แต่หากกรณีมาเรียนแล้วแอบแฝงไปทำงานนั้นผิดกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เนื่องจากวีซ่านักเรียนใช้เพื่อการเรียนหนังสือและฝึกงานประกอบการเรียนเท่านั้น หากเข้ามาทำงานเป็นกิจจะลักษณะเพื่อเลี้ยงชีพ หรือทำสิ่งใดที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนหรือไปทำงานนั้นผิดกฎหมายแน่นอน
“ปัจจุบันนี้ก็ยังมีกรณีแอบแฝงแบบนี้อยู่บ้างในไทย ซึ่งทางกรมการจัดหางานก็ได้จัดทีมงานเพื่อตรวจสอบ รวมถึงรับฟังข้อมูลเบาะแสจากประชาชนว่าตรงไหนบ้างที่มีลักษณะแบบนี้ ทางเราก็จะส่งทีมงานเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับแรงงานที่ลักลอบทำงานทุกราย” นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า กรณีนักศึกษาต่างชาติแอบเข้ามาทำงานในไทยจะแตกต่างจากแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามา โดยแรงงานที่ลักลอบเข้ามาคือ กลุ่มที่ไม่มีวีซ่าเข้าประเทศ ลักลอบเข้าเมืองและลักลอบเข้ามาทำงาน จะมีความผิดอยู่ 2 ส่วน คือ ผิดต่อกฎหมายคนเข้าเมืองและผิดต่อกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว แต่ส่วนของนักเรียนต่างชาติที่เข้ามา เขามีวีซ่าเข้าประเทศถูกต้อง จึงไม่ได้กระทำผิดในส่วนกฎหมายคนเข้าเมือง เพียงแต่ว่าจะผิดกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองมาเพื่อทำงานในประเทศไทย
“สำหรับกรณีวิศวกรจีนเข้ามาทำงานคุมไซต์งานก่อสร้างในประเทศไทยโดยใช้วีซ่านักศึกษา คงต้องไปดูในรายละเอียดอีกทีหนึ่ง และจะต้องไปตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นอย่างนั้นจริงไหม หากเป็นแบบนั้นจริงจะต้องดำเนินการกับผู้ประกอบการที่นำแรงงานจีนเข้ามาทำงานลักษณะดังกล่าว แต่โดยปกติทั่วไป ถ้าเข้ามาเรียนแล้วไม่มีวีซ่าทำงานหรือใบอนุญาตทำงาน แล้วเข้ามาทำงานในไทยก็จะถือว่าผิดกฎหมาย” นายสมชาย กล่าว

