สธ.เผย รพ.บริการผู้ป่วยเพิ่ม สวน ‘เงินบำรุง’ ลด ขาดสภาพคล่องวิกฤต 4 แห่ง ใช้ AI ตรวจก่อนเคลม

22.04.25 | 17:35 น.

สธ.เผย รพ.บริการผู้ป่วยเพิ่ม สวน ‘เงินบำรุง’ ลด ขาดสภาพคล่องวิกฤต 4 แห่ง ใช้ AI ตรวจก่อนเคลม

วันนี้ (22 เมษายน 2568) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ทางการเงินของหน่วยบริการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ว่า ข้อมูลจากกองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ พบเงินบำรุงคงเหลือหลังหักภาระผูกพันของหน่วยบริการในสังกัดลดลงจาก 60,078 ล้านบาท ในปี 2566 เหลือ 46,498.9 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2568 (วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 31 มีนาคม 2568) หรือลดลงร้อยละ 9.5 ขณะที่อัตราการเติบโตของการให้บริการผู้ป่วยในเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง (2564 – 2567) เพิ่มขึ้นจาก 6,927,714 ครั้ง เป็น 7,886,477 ครั้ง คิดเป็น ร้อยละ 13.84 หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.42 ต่อปี

“ส่วนค่า AdjRW (Adjusted Relative Weight) ซึ่งสะท้อนศักยภาพในการให้บริการผู้ป่วยใน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน โดยผลรวม SumAdjRW เพิ่มขึ้นจาก 7,835,757 ครั้ง เป็น 9,757,937 ครั้ง คิดเป็น ร้อยละ 24.53 หรือประมาณร้อยละ 7.57 ต่อปี แสดงให้เห็นว่าโรงพยาบาลสามารถรักษาโรคที่ซับซ้อนได้มากขึ้น รวมถึงมีการพัฒนาศูนย์จัดเก็บและระบบการเคลมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เช่นเดียวกับการให้บริการผู้ป่วยนอกที่เพิ่มขึ้นจาก 149,430,077 ครั้ง ในปี 2566 เป็น 158,260,335 ครั้ง ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.58” นพ.มณเฑียร กล่าว

รองปลัด สธ. กล่าวต่อไปว่า ประเด็นสภาพคล่องของหน่วยบริการยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขผลการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 20,009 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้าราวร้อยละ 9 และยังมีโรงพยาบาลในสถานะวิกฤตทางการเงินระดับ 7 จำนวน 4 แห่ง สธ.จึงบริหารจัดการตาม 4 มาตรการ ได้แก่ 1.บริหารสภาพคล่องเร่งด่วนและวางแผนระยะยาว เพื่อให้หน่วยบริการยังคงสามารถดำเนินงานได้ต่อเนื่อง 2.เพิ่มประสิทธิภาพการเบิกเคลม ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร 3.ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า วิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วย และปรับปรุงระบบจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพ และ 4.รักษาวินัยทางการเงินการคลัง โดยติดตามสถานะการเงินหน่วยบริการอย่างใกล้ชิด และติดตามความคืบหน้าทุก 2 สัปดาห์ สำหรับหน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูง

“นอกจากนี้ ยังนำระบบศูนย์กลางข้อมูลด้านการเงิน (Financial Data Hub: FDH) มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาการเบิกจ่าย เพิ่มรายได้และรักษาสภาพคล่องของหน่วยบริการ โดยเตรียมเปิดตัวฟังก์ชันใหม่คือ ระบบ FDH – Smart Pre-audit Claim ช่วยตรวจสอบเอกสารก่อนเคลมด้วย FDH AI ที่เรียนรู้จากการเคลมในระบบ Big Data ทำให้หน่วยบริการเบิกเคลมได้ครบถ้วนถูกต้องตั้งแต่ต้นทางตามเงื่อนไขที่กองทุนกำหนด โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า หน่วยบริการสูญเสียรายได้จากการเคลมที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องเฉลี่ยร้อยละ 12-18 ต่อปี ซึ่งการนำระบบ FDH มาใช้จะช่วยลดการสูญเสียส่วนนี้ได้ถึงร้อยละ 60 และเมื่อดำเนินการควบคู่กับมาตรการบริหารสภาพคล่องและการรักษาวินัยการเงินการคลัง จะช่วยให้สามารถรับมือกับความท้าทายทางการเงินในไตรมาส 3 และ 4 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการวางรากฐานระบบการเงินการคลังที่เข้มแข็งให้กับหน่วยบริการในระยะยาวต่อไป” นพ.มณเฑียร กล่าว

Advertisement