กรมควบคุมโรคหนุนวัคซีนMpoxให้บุคลากรแพทย์-สาธารณสุข สกัด ‘ฝีดาษวานร’ ครั้งแรกในไทย

24.04.25 | 16:05 น.

กรมควบคุมโรคหนุนวัคซีนMpoxให้บุคลากรแพทย์-สาธารณสุข สกัด ‘ฝีดาษวานร’ ครั้งแรกในไทย

วันนี้ (24 เมษายน 2568) นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีน Mpox หรือ วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานร ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยกรมควบคุมโรคได้รับการสนับสนุนวัคซีน Mpox ยี่ห้อ JYNNEOS เป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศเดนมาร์ก จำนวน 2,220 ขวด เพื่อใช้ป้องกันโรคฝีดาษวานร ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันได้ถึงร้อยละ 80 – 85

ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์การระบาดของโรคฝีดาษวานรในประเทศไทย พบผู้ป่วยรายแรก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยสะสม 877 ราย เป็นคนไทย 781 ราย ชาวต่างชาติ 98 ราย ไม่ระบุ 4 ราย เป็นเพศชาย 852 คน เพศหญิง 25 คน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 30 – 39 ปี คิดเป็นร้อยละ 42.76 และมีผู้เสียชีวิต 13 ราย ส่วนในปี 2568 มีผู้ติดเชื้อ จำนวน 11 ราย ซึ่งมีแนวโน้มลดลงอย่างมากจากปี 2565 อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคยังคงดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคฝีดาษวานรอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

การฉีดวัคซีน Mpox ครั้งนี้ มีเป้าหมาย 2 กลุ่มแรก คือ 1.การใช้วัคซีนก่อนการสัมผัสโรค สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่เสี่ยงสูงต่อการติดโรค ได้แก่ บุคลากรที่สัมผัสผู้ป่วย Mpox เจ้าหน้าที่ทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ที่ตรวจเชื้อ Mpox เจ้าหน้าที่ด่านกรมควบคุมโรค เจ้าหน้าที่สอบสวนโรค เจ้าหน้าที่อื่นเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วย และ 2.การให้วัคซีนหลังการสัมผัสโรค สำหรับผู้ที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย Mpox อย่างใกล้ชิด ภายใน 4 วัน หลังสัมผัสผู้ป่วยยืนยันครั้งแรกตามข้อมูลจากการสอบสวนโรค หรือเจ้าหน้าที่ไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสม

สำหรับช่วงแรกนี้ ได้สนับสนุนวัคซีนให้กับหน่วยบริการทางการแพทย์ที่มีผู้ป่วย และระบบส่งต่อผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร จำนวน 524 ราย จากหน่วยบริการภาครัฐในสังกัด สธ. ภาครัฐนอกสังกัด สธ. ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน จำนวน 24 แห่ง ทั้งในกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ ซึ่งเป็น ผู้ประสงค์ฉีดวัคซีนจากการสำรวจที่ผ่านมา นับเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงานสำหรับบุคลากรทางแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้การดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม ดูแลรักษาโรคฝีดาษวานร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในประเทศไทย สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ 1422 สายด่วนกรมควบคุมโรค